COM7 ประกาศผลงานปี 68 All Time High รายได้ 87,255 ลบ. เติบโต 10.4% กำไรสุทธิพุ่งขึ้น 22.3% แตะ 4,064 ลบ. พร้อมตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 10% รุกตลาดเช่าซื้อ UFUND ตั้งเป้า New Loan โต 50% ขยายพอร์ตประกัน iCare Insurance ด้านบอร์ด ไฟเขียวปันผล 1.10 บ./หุ้น ขึ้น XD 10 มีนาคมนี้ นายถกล นิยมไทย Head of Investor Relations บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เปิดเผยว่า ในปี 2568 ภาพรวมผลการดำเนินงานที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ และเป็นอีกปีที่ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท (All Time High) ทั้งในแง่ของรายได้และกำไร โดยมีรายละเอียดดังนี้ 
-ตั้งเป้าปี 2569 รายได้เติบโต 10% -ส่วนกำไรสุทธิเติบโต 10-15% ***กลยุทธ์ปี 2569 -ต่อยอดธุรกิจจากบริษัทในเครือที่มีผลงานที่ดีขึ้น -ตอกย้ำแผน Diversity สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง -สร้างผลกำไรขึ้นมาอย่างโดดเด่น -ทิศทางธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยียังคงเติบโตต่อเนื่อง และเป็นรากฐานในการต่อยอด COM7 ในอนาคต “หนึ่งใน Key Driver สำคัญที่ผลักดันผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา คือ ธุรกิจประกัน ภายใต้ บริษัท ไอแคร์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ iCare Insurance ปี 2568 ที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ 711 ล้านบาท เติบโต 84% กำไรสุทธิ 141 ล้านบาท เติบโต 127% มีทิศทางที่ดีจากการเติบโตในทุกพอร์ต โดยพอร์ตหลักสมาร์ตโฟน เริ่มขยายไปยังกลุ่มสุขภาพ กลุ่มรถยนต์ ด้วยการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไฮไลท์อยู่ที่การร่วมมือกับทาง Apple ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ Cover+ ตอบโจทย์ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ iPhone พร้อมสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองที่คุ้มค่า”นายถกล กล่าว นายกชกร บูรณวุฒิกุล Senior Finance Manager COM7 กล่าวถึงความสำเร็จในธุรกิจเช่าซื้อ “UFUND” ภายใต้ บริษัท ธันเดอร์ ฟินฟิน จำกัด มีรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาที่ได้รับการชำระจากลูกค้า 872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111% -กำไรสุทธิ 485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% และเป็นส่วนสนับสนุนยอดขาย COM7 ในปี 2568 -ปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้วที่ 5,647 ล้านบาท สะท้อนทิศทางที่ดี สนับสนุนรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น -NPL ต่ำกว่า 1% เพราะเริ่มเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า ประกอบกับ ขยายไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วไป (สัดส่วน 70%) และกลุ่มนักศึกษา (สัดส่วน 30%) ด้วยดอกเบี้ยที่มีความเหมาะสม “วันนี้ COM7 ยังขยายไปตลาด Android เพิ่มเติม เนื่องจากมีจำนวนตลาดที่ใหญ่ ในปี 2569 พร้อมรุกตลาดเช่าซื้อ UFUND ขยายจุดให้บริการไปพาร์ตเนอร์อื่นๆ ทั่วประเทศ ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่เติบโตไม่ต่ำกว่า 50%”นายกชกร กล่าว -ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ GAC AION โดย บริษัท โกลด์ อินทิเกรท จำกัด ปัจจุบันมีจำนวน 7 รุ่น ณ สิ้นปี 2568 ขายรถผ่านช่องทาง B2C ไปแล้ว 3,665 คัน -ในปี 2569 มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง และตั้งเป้าการเติบโตประมาณ 20% -ธุรกิจให้เช่าแท็กซี่ไฟฟ้า (Taxi EV) ภายใต้ บริษัท อีวีเซเว่น จำกัด (EV7) เพื่อตอบรับโอกาสจากรถแท็กซี่ที่หมดอายุประมาณ 30,000 กว่าคัน ด้วยการนำเสนอ Taxi EV ที่ให้ความคุ้มค่าที่มากขึ้นกับคนขับแท็กซี่ สอดรับเทรนด์การใช้รถไฟฟ้าช่วยลดมลพิษในกรุงเทพฯ ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิง -ณ สิ้นปี 2568 EV7 ได้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแล้วจำนวน 1,673 คัน -ตั้งเป้าปี 2569 จะส่งมอบเพิ่มอีก 3,600 คัน ส่งผลให้จำนวน Taxi EV ภายใต้แพลตฟอร์มรวมมากกว่า 5,000 คัน สะท้อนการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ Mobility Ecosystem -พร้อมเดินหน้าแผนโครงการ “Taxi HUB & Charging Station” ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางให้บริการแท็กซี่ไฟฟ้าและสถานีชาร์จแบบครบวงจร เตรียมเปิดอีก 6 สาขาในปีนี้ และจับมือร่วมกับ EA Anywhere ผู้ให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้าชั้นนำของไทย เพื่อขยายจุดชาร์จทั่วประเทศ และเตรียมจัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับสมาชิกผู้ใช้บริการ EV7 -นอกจากนี้ COM7 ยังอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการบริหาร คาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ใหม่ในอนาคต ***ภาพรวมผลประกอบการปี 2568 -COM7 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 87,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จากปีที่ผ่านมา -กำไรขั้นต้น 11,816 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% -กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 4,064 ล้านบาท เติบโต 22.3% จากปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารทั้งด้านรายได้และต้นทุน -อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 13.5% จาก 13.2% -ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเหลือ 7.7% ตอกย้ำการบริหารจัดการที่เข้มแข็ง ***ปัจจัยสนับสนุนหลัก -จากการเติบโตของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี -การขยายธุรกิจที่มีกำไรสูง เช่น UFUND, iCare Insurance (COVER+) 3การบริหารพอร์ตลูกหนี้อย่างมีคุณภาพ สะท้อนศักยภาพของ Ecosystem ที่ครบวงจรทั้ง ขาย–ผ่อน–ประกัน–บริการ เป็นฐานสำคัญในการต่อยอดการเติบโตปี 2569 ***ด้านช่องทางการจำหน่าย ณ สิ้นปี 2568 -COM7 มีสาขารวมทั้งสิ้น 1,338 สาขาทั่วประเทศ -ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 100 สาขาในปี 2569 โดยเน้นไปที่แบรนด์หลักอย่าง Studio7 และ BaNANA เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ Core Business -ทยอยปิดสาขาที่ไม่สามารถทำกำไรและยุติธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพพอร์ตสาขาโดยรวม -เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 1.10 บาท -กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 10 มีนาคม 2569 -กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิจะได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 11 มีนาคม 2569 -กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ -ทั้งนี้ การให้สิทธิได้รับปันผลยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ในวันที่ 22 เมษายน 2569 
|