ICHI สุดแกร่ง กำไรสุทธิโต 7 ปีซ้อน หนึ่งเดียวในตลาดหุ้นไทย โบรกฯ ให้เป้า 14.6-17.7 บ.

efinAI
บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI) ผลงานหรู กำไรเพิ่มขึ้น 7 ปีต่อเนื่อง บริษัทเดียวใน SET ฝ่าทั้งวิกฤติโควิด-การเมืองในประเทศ-สงครามการค้า-ภูมิรัฐศาสตร์ แถมปันผลจุก ๆ เฉลี่ยเกิน 5% นักวิเคราะห์เชียร์ “ซื้อ” คาดกำไรยืนระดับสูง แถมลุ้นยีลด์ปันผลเกิน 8% ให้ราคาเป้าหมาย 14.6-17.7 บาท
เปิดงบฯ กำไรบวกติดต่อกันตั้งแต่ปี 2562
ปลายเดือนนี้จะครบ 12 ปีที่ ICHI ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม “อิชิตัน กรีนที” และเครื่องดื่มอีกหลายชนิดในท้องตลาด เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ครบ 12 ปี โดยขายหุ้น IPO เข้าเทรดเมื่อ 21 เม.ย.2567 (ราคาไอพีโอ 13 บาท พาร์ 1 บาท)
สิ่งที่น่าสนใจคือตั้งแต่ปี 2562-68 หรือ 7 ปีที่ผ่านมา กำไรสุทธิของ ICHI เติบโตทุกปี เป็นเพียงบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หนึ่งเดียวของตลาดหุ้นไทย ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผ่านทั้งวิกฤติโควิด-19, การเมืองในประเทศ, สงครามการค้า และ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในยุโรป จนถึงตะวันออกกลางล่าสุด
สถิติระบุว่า จากปี 2561 ซึ่งกำไรสุทธิลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 44 ล้านบาท จากนั้นมีการฟื้นตัวจนถึงปี 2568 ทำได้ถึง 1,328 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง 2,918%
สำหรับผลประกอบการปี 2562-68 มีรายละเอียดดังนี้

อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2562-68 อยู่ที่เฉลี่ย 139% โดยมีการเติบโตก้าวกระโดดในปี 62 เพราะฐานปี 61 ต่ำ ซึ่งหากนับตั้งแต่ปี 63 จนถึงปี 68 การเติบโตจะอยู่ที่ 24% ต่อปี ด้านกำไรต่อหุ้นก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี จากสิ้นปี 62 ที่ 0.31 บาท ล่าสุดอยู่ที่ 1.02 บาท
กำไรสุทธิที่เติบโตต่อเนื่อง สะท้อนไปที่การจ่ายเงินปันผล โดยข้อมูลสถิติจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า อัตราเงินปันผลตอบแทนของ ICHI ช่วง 7 ปีหลัง สูงถึงเฉลี่ย 5.78% โดยเฉพาะ 2 ปีหลังสุดมากกว่า 8%
7 ใน 8 โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 14.60-17.70 บาท
ขณะที่สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์จำนวน 8 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือ โบรกเกอร์ พบว่า 7 แห่งแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเหมาะสม 16.40-17.70 บาท

บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ประมาณการของ ICHI ปี 69 เป็นไปในทิศทางเดียวกับฝ่ายวิเคราะห์ ประกอบด้วย
1.ความแข็งแกร่งในประเทศและกลยุทธ์สินค้า : ตั้งเป้ารายได้ปี 69 ที่ 9.1 พันล้านบาท (+ 12% YoY) โดยวางน้ำด่าง (Alkaline water) เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตหลัก ในพอร์ตสินค้าที่ไม่ใช่ชา (non-tea) บริษัทตั้งเป้ายอดขายน้ำด่างที่ 1 พันล้านบาท (+67% YoY) จาก 600 ล้านบาทปี 68 ขณะที่ การเติบโตจะหนุนจากกลยุทธ์ Co-branding (เช่น Jian Cha, Kumamon และนักร้อง/ศิลปินชื่อดัง) เพื่อขยายการเจาะตลาดผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น
2.ปรับโครงสร้างการส่งออก : คาดว่ารายได้จากการส่งออกจะลดลง 26% YoY อยู่ที่ 180 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการสูญเสียยอดขายในตลาดกัมพูชา อย่างไรก็ดีบริษัทกำลังปรับกลยุทธ์การ ส่งออกโดยเน้นการเติบโตในลาวแทนซึ่งได้ทำสถิติยอดขายสูงสุดใหม่และเตรียมเปิดตัวน้ำด่าง ในมาเลเซียอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะช่วยชดเชยช่องว่างรายได้ส่งออกได้ในระยะกลางถึงยาว
3.การบริหารต้นทุนและความอ่อนไหวต่อความเสี่ยง : ประเมินว่าการเพิ่มขึ้นของราคาต้นทุน บรรจุภัณฑ์และพลังงาน 5% อาจกดดันกำไรสุทธิให้ลดลงราว 7% แม้ ICHI จะได้ล็อกราคา ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ช่วงครึ่งแรกปี 69 ไว้แล้ว ทำให้ไม่ต้องกังวลต่อ Margin ในช่วงดังกล่าว แต่ แนวโน้มราคาน้ำมันครึ่งหลังปี 69 ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญจากราคาต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่คิดเป็นราว 35% และพลังงานราว 5% ของค่าใช้จ่าย
4.เป้าทางการเงินและประสิทธิภาพภาษี : ฝ่ายบริหารให้เป้าอัตรากำไรขั้นต้นปี 69 ไว้ที่ 24% และ อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ที่ 15% ซึ่งสอดคล้องกับการหารือก่อนหน้ากับบริษัท นอกจากนี้กำไรจะได้รับประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษี (tax shield) จากการบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ในอดีต (ยังมีเครดิตภาษีอยู่ราว 200 ล้านบาท) ที่สามารถนำมาใช้ได้ช่วงปี 69-70
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 17.70 บาท อิงจาก PE ที่ 16 เท่า (+0.5SD จากค่าเฉลี่ยในอดีต 3 ปี) เทียบกับค่าเฉลี่ย 14 เท่า ของหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มในไทยและ 23 เท่า ของหุ้นกลุ่มฯ ในต่างประเทศ โดยเลือก ICHI เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มเครื่องดื่มไทยช่วงไตรมาส 2/69 ขณะที่ Valuation น่าสนใจในเชิง Risk-reward พร้อมคาดให้อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend yield) สูงจับใจราว 9% ต่อปี หลังปรับ Product mix ได้ดีขึ้นและการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด คาดว่า ICHI จะ Outperform Peers
ด้าน บทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ประเมินกำไรไตรมาส 1-2/69 จะเติบโตเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะได้อานิสงส์จากฤดูร้อนปีนี้ที่มาเร็วและร้อนจัด หนุนความต้องการสินค้าเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่อ ประกอบกับจะมียอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากการเริ่มส่งออกน้ำด่างไปขายในมาเลเซีย แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16.90 บาท โดยคาดกำไรสุทธิปีนี้เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน และมีปันผลสูงจูงใจ
คาดปันผลสูงระดับ 90-95% ของกำไรสุทธิ ให้ยีลด์เฉลี่ย 8.44%
บทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า มองว่า แม้ ICHI ระบุอาจไม่จ่ายปันผลเกินกำไรสุทธิ เนื่องจากข้อจำกัดเกี่ยวกับมาตรฐานทางบัญชี แต่ยังสามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราสูงระดับ 90-95% ได้ และคาดให้ Div. Yield เกิน 7% ต่อปี
ทั้งนี้เมื่อสำรวจข้อมูลจากบทวิเคราะห์ พบว่า คาดการณ์เงินปันผลต่อหุ้นของ ICHI สำหรับงวดปี 69 จะอยู่ที่ 0.99-1.25 บาท คิดเป็น Div. Yield ณ ราคาปิด 4 เม.ย.69 ที่ 13 บาท สูงถึงเฉลี่ย 8.44% หรือ 7.38-9.62%
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินกำไรสุทธิปีนี้จะใกล้เคียงหรือลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน เพราะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่้มขึ้น ตามราคาน้ำมันและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Editing by

ศราพงค์ นันติวงค์
หัวหน้าข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย











