20 เม.ย. 2569 12:50 น.บล.บัวหลวง : Utilities Sector ภาพรวมน้ำหนักกลุ่มยังเป็น “เท่ากับตลาด”บล.บัวหลวง : Utilities Sector ภาพรวมน้ำหนักกลุ่มยังเป็น “เท่ากับตลาด”Translatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI รายงานพื้นฐานวันนี้ :Utilities Sectorสถานการณ์ไฟฟ้าไทยเริ่มตึงตัว อาจเสี่ยงขาดไฟในอนาคตหากยังนิ่ง. ความต้องการใช้ไฟฟ้าไทยเร่งตัวขึ้นแรงและมีแนวโน้มทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2026 จากทั้งปัจจัยระยะสั้น (อากาศร้อนจาก El Niño) และปัจจัยเชิงโครงสร้าง (EV, data center, semiconductor) โดยช่วง 1Q26 peak demand สูงกว่าที่ กฟผ. คาดราว 5% และล่าสุดแตะ 36,017MW แล้ว ขณะที่คาดช่วง เม.ย.–พ.ค. จะขึ้นไปที่ 36–38GW นอกจากนี้อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุก 1°C จะดันโหลดไฟเพิ่มอีก 400–800MW ทำให้ demand เร่งตัวเร็วกว่าที่ระบบรองรับได้. ในฝั่ง supply เริ่มเห็น “ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง” ชัดเจน โดยกำลังผลิตไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริง (dependable capacity) แทบไม่เพิ่ม ขณะที่โรงไฟฟ้าเดิมทยอยปลดระวาง ทำให้ส่วนต่างที่สำรองไว้ มีแนวโน้มลดลงต่ำกว่า 15% ในปี 2026–27 และอาจเข้าใกล้ศูนย์ในปี 2029–30 ขณะที่พลังงานหมุนเวียนไม่สามารถช่วยช่วง peak ได้ (solar ให้ไม่มีแดดในช่วงเย็น) และโรงไฟฟ้าใหม่ก็สร้างไม่ทัน เนื่องจากการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนต่างๆ ต้องใช้เวลาราว 4–6 ปี และมี backlog ถึงปี 2027 ทำให้ไม่มี capacity ใหม่เข้าระบบก่อนปี 2031. ด้าน demand ระยะกลางมีแรงหนุนชัดเจน โดย data center จะเพิ่มโหลดจาก ~1.4GW ในปี 2026 เป็น ~3.3GW ในปี 2028 ขณะที่ EV เพิ่ม peak load อีก 100–200MW ต่อปี และ semiconductor fab ใช้ไฟสูงถึง 50–250MW ต่อโรงงาน สะท้อนว่า “demand โตเชิงโครงสร้าง แต่ supply ติดข้อจำกัด” ทำให้ระบบไฟฟ้าไทยเข้าสู่ภาวะตึงตัว. Investment action : ภาพรวมน้ำหนักกลุ่มยังเป็น “เท่ากับตลาด” แต่โครงสร้างตลาดกำลังเปลี่ยนจาก oversupply สู่ tight supply ซึ่งจะนำไปสู่ re-rating ในหุ้นที่มี capacity เดิม (ได้ประโยชน์ทันที) และผู้พัฒนาโครงการใหม่ในระยะถัดไป มองโอกาสลงทุน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่. IPP extension plays : RATCH, GPSC จากโอกาสต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้าเดิม (รวม capacity เสี่ยงหมดอายุ>5GW) ซึ่งรัฐมีแรงจูงใจสูงในการต่อสัญญา. PDP2026 plays : GULF, GUNKUL จากการเร่งลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่และโครงข่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะใน EEC ที่ demand จาก data center อาจแตะ ~3.3GW efinAIReported byประน้อม บาร์เคอร์เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย
รายงานพื้นฐานวันนี้ :Utilities Sectorสถานการณ์ไฟฟ้าไทยเริ่มตึงตัว อาจเสี่ยงขาดไฟในอนาคตหากยังนิ่ง. ความต้องการใช้ไฟฟ้าไทยเร่งตัวขึ้นแรงและมีแนวโน้มทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2026 จากทั้งปัจจัยระยะสั้น (อากาศร้อนจาก El Niño) และปัจจัยเชิงโครงสร้าง (EV, data center, semiconductor) โดยช่วง 1Q26 peak demand สูงกว่าที่ กฟผ. คาดราว 5% และล่าสุดแตะ 36,017MW แล้ว ขณะที่คาดช่วง เม.ย.–พ.ค. จะขึ้นไปที่ 36–38GW นอกจากนี้อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุก 1°C จะดันโหลดไฟเพิ่มอีก 400–800MW ทำให้ demand เร่งตัวเร็วกว่าที่ระบบรองรับได้. ในฝั่ง supply เริ่มเห็น “ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง” ชัดเจน โดยกำลังผลิตไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริง (dependable capacity) แทบไม่เพิ่ม ขณะที่โรงไฟฟ้าเดิมทยอยปลดระวาง ทำให้ส่วนต่างที่สำรองไว้ มีแนวโน้มลดลงต่ำกว่า 15% ในปี 2026–27 และอาจเข้าใกล้ศูนย์ในปี 2029–30 ขณะที่พลังงานหมุนเวียนไม่สามารถช่วยช่วง peak ได้ (solar ให้ไม่มีแดดในช่วงเย็น) และโรงไฟฟ้าใหม่ก็สร้างไม่ทัน เนื่องจากการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนต่างๆ ต้องใช้เวลาราว 4–6 ปี และมี backlog ถึงปี 2027 ทำให้ไม่มี capacity ใหม่เข้าระบบก่อนปี 2031. ด้าน demand ระยะกลางมีแรงหนุนชัดเจน โดย data center จะเพิ่มโหลดจาก ~1.4GW ในปี 2026 เป็น ~3.3GW ในปี 2028 ขณะที่ EV เพิ่ม peak load อีก 100–200MW ต่อปี และ semiconductor fab ใช้ไฟสูงถึง 50–250MW ต่อโรงงาน สะท้อนว่า “demand โตเชิงโครงสร้าง แต่ supply ติดข้อจำกัด” ทำให้ระบบไฟฟ้าไทยเข้าสู่ภาวะตึงตัว. Investment action : ภาพรวมน้ำหนักกลุ่มยังเป็น “เท่ากับตลาด” แต่โครงสร้างตลาดกำลังเปลี่ยนจาก oversupply สู่ tight supply ซึ่งจะนำไปสู่ re-rating ในหุ้นที่มี capacity เดิม (ได้ประโยชน์ทันที) และผู้พัฒนาโครงการใหม่ในระยะถัดไป มองโอกาสลงทุน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่. IPP extension plays : RATCH, GPSC จากโอกาสต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้าเดิม (รวม capacity เสี่ยงหมดอายุ>5GW) ซึ่งรัฐมีแรงจูงใจสูงในการต่อสัญญา. PDP2026 plays : GULF, GUNKUL จากการเร่งลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่และโครงข่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะใน EEC ที่ demand จาก data center อาจแตะ ~3.3GW