| BPP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิ 5,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 924 จากการจำหน่ายสิทธิลงทุนบางส่วนของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงาน นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 5,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 924 จากการจำหน่ายสิทธิลงทุนบางส่วนของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพมีกำไรสุทธิ 5,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 924 จากการจำหน่ายสิทธิลงทุนบางส่วนของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ แนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะจาก AI และ Data Center กำลังผลักดันให้ระบบพลังงานต้องอาศัยทั้งแหล่งผลิตไฟฟ้าที่หลากหลาย* และโครงข่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและความยืดหยุ่นสูงขึ้น ขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก บริษัทฯ จึงมุ่งสร้างพอร์ตโฟลิโอพลังงานที่สมดุลและมีความยืดหยุ่น (Balanced and Resilient Portfolio) ครอบคลุมทั้งพลังงานพื้นฐาน พลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงาน ภายใต้ ‘Power+’ (กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) ของกลุ่มบ้านปู ปัจจุบัน มีโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ทั้งที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนาในตลาดยุทธศาสตร์ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐฯ และล่าสุดได้ลงทุนโครงการ BESS ในญี่ปุ่นเพิ่มอีก 2 โครงการ สอดคล้องกับตลาด BESS ญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 13.2%** พร้อมตั้งเป้าขยายความจุพลังงานรวมในญี่ปุ่นเป็น 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง ภายในปี 2573 ขณะเดียวกัน การจำหน่ายสิทธิการลงทุนบางส่วนใน BKV-BPP ยังช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง เพื่อรองรับโอกาสการลงทุนใหม่ในอนาคต การดำเนินงานที่สำคัญ ในไตรมาส 1 ปี 2569 ดังนี้ • การผลิตไฟฟ้า (Energy Generation): โรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในจีน สร้างผลกำไรต่อเนื่อง จากการบริหารต้นทุนถ่านหินอย่างมีประสิทธิภาพและการขายสิทธิจากการลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) ที่เพิ่มขึ้น สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) จินหู เฉียนเฟิง (Jinhu Qianfeng) กำลังการผลิต 120 เมกะวัตต์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ กำลังไฟฟ้า 20 เมกะวัตต์ ความจุพลังงาน 20 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่จีนยังเดินหน้าตามแผน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2569 • การกักเก็บพลังงาน (Energy Storage): ขยายพอร์ตโฟลิโอระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ประสิทธิภาพสูงในญี่ปุ่น โดย 2 โครงการใหม่ประกอบด้วย โครงการฮิโยชิบารุ (Hiyoshibaru) ที่จังหวัดโออิตะ (Oita) มีขนาดกำลังไฟฟ้า 20 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 80 เมกะวัตต์ชั่วโมง และโครงการนิกโกะ (Nikko) ที่จังหวัดโทจิงิ (Tochigi) มีขนาดกำลังไฟฟ้า 40 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 160 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2572 ตามลำดับ • การซื้อขายพลังงาน (Energy Trading): มีปริมาณการขายไฟรวม 1,415 กิกะวัตต์ชั่วโมงในญี่ปุ่นจากลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน 3,000 ราย ปัจจุบัน BPP อยู่ระหว่างกระบวนการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านการควบบริษัท (Dissenting Shareholders) ระหว่างวันที่ 6-19 พฤษภาคม 2569 จากนั้นบริษัทจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของบริษัทฯ และบ้านปู (Joint Shareholders’ Meeting) เพื่อพิจารณาวาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการควบบริษัท ก่อนดำเนินการจัดตั้งบริษัทใหม่และนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในไตรมาส 3 ปี 2569 “ภายหลังการดำเนินการควบบริษัทแล้วเสร็จ BPP จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทใหม่ ตามกลยุทธ์การเติบโตของกลุ่มบ้านปู ผ่านการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า การกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายพลังงาน รวมถึงการต่อยอดสู่โอกาสการลงทุนด้านพลังงานแห่งอนาคต เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม B2B และ B2G พร้อมสร้างการเติบโตในระยะยาวและส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม” อ้างอิง * องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA): Energy and AI ** Mark & Spark Solutions: Japan Battery Energy Storage Systems (BESS) Market |