ครม. เคาะเพิ่ม 9 มูลนิธิแพทย์-ศึกษา บริจาคผ่าน e-Donation หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

รูป ครม. เคาะเพิ่ม 9 มูลนิธิแพทย์-ศึกษา บริจาคผ่าน e-Donation หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 พ.ค. 69 14:48 น.

รัฐบาลหนุนบริจาคเพื่อการแพทย์–สาธารณสุข–การศึกษา เพิ่ม 9 มูลนิธิ หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ผ่าน e-Donation ใช้สิทธิได้ถึง 31 ธ.ค.2570

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เพื่อเพิ่มเติมหน่วยรับบริจาครายใหม่ 9 แห่ง ที่ผู้บริจาคสามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ไปหักลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า

มาตรการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากมาตรการภาษีเดิมที่สนับสนุนการบริจาคให้แก่องค์กรและมูลนิธิด้านการแพทย์และสาธารณสุข 27 แห่ง โดยครั้งนี้เพิ่มเติมหน่วยรับบริจาคอีก 9 แห่ง เพื่อให้การสนับสนุนครอบคลุมมากขึ้น ทั้งด้านการแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้พิการ ผู้ป่วยฉุกเฉิน การสาธารณสุข และการศึกษา ได้แก่

1.มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

2.มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

3.มูลนิธิการแพทย์สยามบรมราชกุมารี

4.มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์

5.มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

6.มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา

7.มูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

8.มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา

9.มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช

สำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี บุคคลธรรมดาสามารถหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินบริจาค แต่เมื่อรวมกับรายการลดหย่อนลักษณะเดียวกันแล้วต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ส่วนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า แต่ต้องไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศล สาธารณประโยชน์ การศึกษา หรือกีฬา โดยมาตรการนี้ใช้สำหรับการบริจาคตั้งแต่วันที่ครม.มีมติอนุมัติหลักการ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2570

รัฐบาลมองว่าการพัฒนาระบบสุขภาพและการศึกษาไม่ใช่ภารกิจของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการร่วมแรงของทุกภาคส่วน มาตรการภาษีนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการบริจาคผ่านระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำไปสู่ประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้ป่วย ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ และกลุ่มเปราะบาง ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ และโอกาสทางการศึกษาได้มากขึ้น

“มาตรการนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้กลไกภาษีเป็นแรงจูงใจให้สังคมร่วมกันลงทุนในสุขภาพและการศึกษาของคนไทย”นางสาวลลิดา กล่าว

 อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย