SCGP ทุ่มงบ 748 ลบ. ขยายกำลังผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในเวียดนาม คาดเดินเครื่องผลิต ก.ย.70

รูป SCGP ทุ่มงบ 748 ลบ. ขยายกำลังผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในเวียดนาม คาดเดินเครื่องผลิต ก.ย.70

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 พ.ค. 69 15:12 น.

SCGP เดินหน้าลงทุนขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกแห่งใหม่ในเวียดนาม ด้วยงบลงทุน 748 ล้านบาท ต่อยอดโอกาสการเติบโต คาดเริ่มเดินเครื่องผลิต ก.ย. 2570 ฟากโบรกฯ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้ รับแนวโน้มผลงานสดใส ฟื้นตัวต่อเนื่อง

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า SCGP ดำเนินกลยุทธ์สร้างการเติบโตในภูมิภาคอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศเวียดนามถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และการไหลเข้าของเงินลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และได้ขยายธุรกิจด้วยการลงทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ในประเทศเวียดนาม ได้แก่ กระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์จากกระดาษ บรรจุภัณฑ์อาหาร บรรจุภัณฑ์จากวัสดุสมรรถนะสูงและพอลิเมอร์ ฯลฯ

เพื่อสร้างการเติบโตและความสามารถในการตอบสนองความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น SCGP จึงเดินหน้าขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูก (Corrugated containers) คุณภาพสูง ที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติขั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเสถียรภาพในการดำเนินงาน ด้วยกำลังการผลิตจำนวน 26,800 ตันต่อปี ซึ่งจะตั้งอยู่ในพื้นที่โรงงานเดิมของ VKPC ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม มีมูลค่าการลงทุนรวม 604 พันล้านดองเวียดนาม หรือประมาณ 748 ล้านบาท โดยการลงทุนในระยะแรกจะมุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้แก่กิจการบรรจุภัณฑ์จากกระดาษทางภาคใต้ของเวียดนาม คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนกันยายน 2570

การลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ SCGP ในการให้บริการ และรองรับความต้องการบรรจุภัณฑ์กระดาษที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 7 ต่อปี ควบคู่ไปกับการช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ และยกระดับการนำเสนอโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจรให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้ ฐานการผลิตแห่งใหม่จะใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเดิมของ VKPC ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่ง การบริหารสินค้าคงคลังและต้นทุนการดำเนินงาน และยกระดับความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งประสิทธิภาพการให้บริการตลอดห่วงโซ่อุปทาน

SCGP มุ่งมั่นที่จะตอบสนองต่อความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เน้นนวัตกรรมและความยั่งยืนที่เติบโตขึ้น โดยนำเสนอโซลูชันบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์กระดาษ พอลิเมอร์ และบรรจุภัณฑ์อาหาร ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในเวียดนามที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับ SCGP จาก efin.finance ดังนี้

ที่มา : บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี

ปัจจัยบวกแนวโน้มผลประกอบการ Q2/69 คาดฟื้นตัวและเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากราคาขายโดยเฉลี่ย (ASP) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้สภาวะสงครามและภาวะเงินเฟ้อด้านต้นทุน (cost inflation) ทั่วโลก ยังเป็นปัจจัยเอื้ออำนวยให้บริษัทสามารถทยอยปรับเพิ่มราคาขายขึ้นได้อีก (บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี)

ธุรกิจในอินโดนีเซีย (Fajar) สัญญาณฟื้นตัวชัดเจนและจ่อพลิกกลับมาทำกำไร โดยใน Q1/69 ตัว Fajar สามารถผลักดัน EBITDA ให้กลับมาเป็นบวกได้อย่างแข็งแกร่ง และขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมากจากแรงหนุนของราคาขายเฉลี่ยที่ดีขึ้น รวมถึงต้นทุนพลังงานและดอกเบี้ยที่ลดลง ทั้งนี้คาดว่าในไตรมาส Q2/69 จะสามารถบรรลุจุดคุ้มทุน (breakeven) ในบรรทัดสุดท้ายและกลับมามีกำไรสุทธิได้ จากปริมาณขายที่ฟื้นตัวและอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัวในระดับสูง (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี)

โบรกเกอร์พร้อมใจปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี พ.ศ. 2569 ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี พ.ศ. 2569 ขึ้น 7% (บล.บัวหลวง) และบางแห่งปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี พ.ศ. 2569 - 2571 ขึ้นถึง 21 - 32% หรือคิดเป็นกำไรสุทธิราว 5.6 พันล้านบาท เทียบกับปี พ.ศ. 2568 ที่อยู่ระดับ 4.1 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี)

ขยับราคาเป้าหมายใหม่สะท้อนความเชื่อมั่น นักวิเคราะห์ได้ทำการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้น SCGP ขึ้น โดย บล.บัวหลวง ปรับเพิ่มเป็น 25.00 บาท (เดิม 21.00 บาท), บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มเป็น 30.00 บาท (เดิม 23.00 บาท) และ บล.กรุงศรี ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 24.00 บาท พร้อมปรับคำแนะนำขึ้นเป็น Neutral (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี)

ปัจจัยลบ

ผลประกอบการ Q2/69 อาจเผชิญแรงกดดันตามฤดูกาล แม้ว่าในมุมมองหลักกำไรหลักจะเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่อาจจะมีทิศทางที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากปัจจัยลบทางด้านฤดูกาล (บล.บัวหลวง)

ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสะท้อนความคาดหวังไปแล้วส่วนหนึ่ง โดยราคาหุ้น SCGP ได้มีการปรับตัวบวกขึ้นแรงถึง 15% ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งเป็นการซึมซับและรับรู้ความคาดหวังเชิงบวกต่อประเด็นเรื่องการเติบโตของกำไรไปเรียบร้อยแล้วระดับหนึ่ง ทำให้ความร้อนแรงในการเก็งกำไรอาจลดลง (บล.กรุงศรี)

ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น SCGP เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย