(เพิ่มเติม) TTB ดีเดย์เริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 ระหว่าง 25 พ.ค.- 9 มิ.ย. 69 วงเงิน 9.2 พันลบ. เผยราคาเสนอซื้อที่ 2.26 บ./หุ้น

รูป (เพิ่มเติม) TTB ดีเดย์เริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 ระหว่าง 25 พ.ค.- 9 มิ.ย. 69 วงเงิน 9.2 พันลบ. เผยราคาเสนอซื้อที่ 2.26 บ./หุ้น

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 พ.ค. 69 10:43 น.

TTB เผยได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการขยายโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเป็น 35,000 ล้านบาท ครอบคลุม 4 ปี (ปี 68-71) พร้อมประกาศแผนซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 โดยใช้วิธี General Offer หรือ การเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป ระหว่างวันที่ 25 พ.ค. 69 - 9 มิ.ย. 69 วงเงิน 9,245 ล้านบาท เผยราคาเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไปที่ 2.26 บาท/หุ้น

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยถึงโครงการซื้อหุ้นคืนว่า สำหรับโครงการซื้อหุ้นคืนของทีทีบี ซึ่งเน้นย้ำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารโครงการเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น โดยล่าสุดมีความคืบหน้าใน 2 เรื่อง ได้แก่ การขยายขอบเขตโครงการ และ การปรับรูปแบบการซื้อหุ้นคืนเพื่อรับมือกับความผันผวนในตลาดหุ้น

ในเรื่องแรกธนาคารได้รับอนุมัติการปรับเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท และ ขยายกรอบเวลาเพิ่มเป็น 4 ปี (ปี 2568 - 2571) จากวงเงินเดิม 21,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี จากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ แม้การขยายโครงการดังกล่าวไม่ถือเป็นรายการที่ต้องขออนุมัติจาก AGM แต่ธนาคารก็ดำเนินการเพื่อความโปร่งใส และ ถือเป็นโอกาสที่จะได้ตอบข้อซักถามโดยตรงจากผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มเพื่อเป็นการให้ข้อมูลอย่างทั่วถึง

ในเรื่องถัดมา ได้แก่ การปรับแผนการการซื้อหุ้นคืน โดยปัจจุบันทีทีบีอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 ด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 - 19 สิงหาคม 2569 (6 เดือน) อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยอย่างไม่คาดคิด ส่งผลให้การซื้อหุ้นคืนด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติทำได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากราคาและปริมาณการซื้อขายมีความผันผวนสูงจากความกังวลและความไม่แน่นอนต่าง ๆ

เมื่อได้พิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คณะกรรรมการธนาคารจึงมีมติให้ปรับวิธีการซื้อหุ้นคืน โดยให้สิ้นสุดโครงการครั้งที่ 3 เร็วกว่ากำหนดในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และ เริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 ซึ่งใช้วิธี General Offer หรือ การเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป ในระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 - 9 มิถุนายน 2569 วงเงิน 9,245 ล้านบาท โดยล่าสุดได้กำหนดราคาเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไปที่ 2.26 บาท/หุ้น ซึ่งมีจำนวนหุ้นซื้อคืนที่ 4,091 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.19% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของธนาคาร และ มีจำนวนหุ้นซื้อคืนสะสมในโครงการก่อนหน้าทั้งหมดที่ 5,948 ล้านหุ้น คิดเป็น 6.10% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของธนาคาร

อย่างไรก็ตาม การปรับมาใช้วิธี General Offer จะช่วยลดปัจจัยไม่แน่นอนจากภาวะตลาด และ เพิ่มประสิทธิภาพโครงการ เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการซื้อหุ้นคืนเพียง 10 วันทำการ ขณะเดียวกันเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องปัจจุบัน ซึ่งได้ยกเลิกระยะเวลาพักคอย 6 เดือน ก่อนเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนโครงการใหม่ได้ช่วยเพิ่มความคล่องตัว และ ความต่อเนื่องในการบริหารโครงการซื้อหุ้นคืน ถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่จะช่วยให้ธนาคารเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการซื้อหุ้นคืนภายใต้วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ภายหลังการซื้อหุ้นคืน ธนาคารยังคงมีเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง เพียงพอต่อแผนการเติบโตธุรกิจและการรองรับความเสี่ยงในอนาคต โดยประเมินแล้วว่าอัตราส่วนเงินกองทุนรวม (CAR) ภายหลังโครงการครั้งที่ 4 จะยังคงสูงกว่า 19.0% ซึ่งเทียบเคียงได้กับกลุ่มธนาคาร D-SIBs แห่งอื่น ๆ และ ยังคงสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ ธปท. กำหนดไว้ที่ 12.0% อย่างมีนัยสำคัญ


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย