BANPU ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต รับราคาก๊าซฯ-ถ่านหินพุ่งแรง ลุ้นพลิกกลับมามีกำไรดีขึ้นจากปีก่อนที่มีผลขาดทุน เล็งปิดดีล M&A โรงไฟฟ้าก๊าซฯในสหรัฐฯและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มเติม คาดการควบรวม BPP แล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/69 แย้มปรับโครงสร้างธุรกิจแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม พร้อมตั้งเป้า EBITDA เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า ภายในปี 73 นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยภายในงาน "แถลงผลประกอบการปี 68 พร้อมนำเสนอความคืบหน้าการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics และแผนการจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดใหม่ (NewCo)" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้
แนวโน้มธุรกิจปี 69 - ตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโตดีกว่าปีก่อนที่ทำได้ 173,423 ล้านบาท เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับธุรกิจโรงไฟฟ้ายังขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง
- คาดปีนี้น่าจะกลับมามีกำไรที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิจำนวน 2,025 ล้านบาท หากไม่มีผลกระทบจากทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่าเหมือนปีก่อน - ยอมรับบริษัทกำลังพิจารณาดีล M&A โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซฯในประเทศสหรัฐฯและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มเติม
- คาด BANPU และ BPP จะดำเนินการควบบริษัทภายใต้ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด และจะมีการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านการควบบริษัท การจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้น และการจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของทั้งสองบริษัทภายในไตรมาส 2/69 และจะนำบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในไตรมาส 3/69 
- ปรับโครงสร้างธุรกิจแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ เหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining), ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas), ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) และเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) - ใช้เงินลงทุน 2 ล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าถือหุ้นในบริษัทที่ไปลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในประเทศแคนาดา - ตั้งเป้า EBITDA เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า และสร้างรายได้ EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินมากกว่า 50% ภายในปี 73 ปัจจัยบวกสนับสนุน
- มองราคาหุ้น BANPU ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มราคาน้ำมัน ก๊าซฯ และถ่านหินที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน - บริษัทได้ผลกระทบเชิงบวกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ซัพพลายด้านพลังงานน้อยลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันและ LNG ในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ด้านราคาถ่านหินกระโดดขึ้นมามากกว่าระดับ 130 เหรียญต่อตัน จากปีก่อนที่ระดับ 115 เหรียญต่อตัน สรุปภาพรวมผลงานปี 68 - มีรายได้จากการขายรวม 173,423 ล้านบาท ,กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 39,108 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน 752 ล้านบาท - มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิภาษีที่เกี่ยวข้องจากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐในระหว่างปีจำนวน 1,509 ล้านบาท ผลกระทบจากรายการอนุพันธ์ทางการเงิน รายการปรับปรุงและรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ จึงรายงานผลขาดทุนสุทธิจำนวน 2,025 ล้านบาท 
|