JMT เปิดแผน 3 ปี ผ่าน JUMP+ ทรานส์ฟอร์มสู่ “AI Digital AMC” ดันกำไรแตะ 1,800 ลบ.ในปี 71

รูป JMT เปิดแผน 3 ปี ผ่าน JUMP+ ทรานส์ฟอร์มสู่ “AI Digital AMC” ดันกำไรแตะ 1,800 ลบ.ในปี 71

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 มี.ค. 69 17:27 น.

 

JMT ประกาศทิศทางธุรกิจระยะ 3 ปี (69–71) ภายใต้โครงการ JUMP+ วางโรดแมปสู่การเป็น “AI & Digital AMC Transformation” เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ากำไรโตสู่ระดับ 1,800 ลบ. กำหนดวงเงินซื้อพอร์ตหนี้เฉลี่ยไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อ พร้อมรักษา D/E ระดับต่ำ 1 เท่าต่อเนื่อง

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผยถึงแผนการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้่

- การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพองค์กรและสร้างการเติบโตในระยะยาว

- แผนธุรกิจสู่ปี 2571 ตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิเติบโตสู่ระดับ 1,800 ล้านบาท จากระดับ 1,030 ล้านบาทในปี 2568 ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอย่างมีคุณภาพ ยกระดับและเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Transformation) สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลาง (Data-driven Organization)

- วางโครงสร้างการเติบโตบน 3 แกนหลัก คือ “Growth, Profitability & Efficiency และ Stability” พร้อมเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญ

- กลยุทธ์หลักของ JMT คือ การนำ AI เข้ามายกระดับการดำเนินงานธุรกิจบริหารหนี้ตลอดทั้ง Value Chain ตั้งแต่การวิเคราะห์และคัดเลือกพอร์ตหนี้ การจัดกลุ่มลูกหนี้ ไปจนถึงการติดตามและบริหารทรัพย์สิน (NPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและลดต้นทุน

- บริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำไรธุรกิจ AMC (Asset Management Company) จาก 68.4% เป็นมากกว่า 69.5% และลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ก่อนตั้งสำรอง ECL) จาก 16.2% เหลือต่ำกว่า 15.5% ภายในปี 2571

- บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงิน โดยกำหนดวงเงินซื้อพอร์ตหนี้เฉลี่ยไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี และรักษาอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ให้อยู่ต่ำกว่า 1 เท่า จากปัจจุบันที่ระดับ 0.36 เท่า เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงินในระยะยาว

“ในภาพรวมอุตสาหกรรม ปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งสะท้อนทั้งความท้าทายและโอกาสในการเข้าถึงพอร์ตที่มีศักยภาพ JMT จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์อย่างมีวินัย ควบคู่กับการใช้ข้อมูล และเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว” นายสุทธิรักษ์ กล่าว

- บริษัทยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลและ ESG อย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาระบบต่อต้านการทุจริต การกำกับดูแลการใช้ AI และการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน

- JMT ดำเนินธุรกิจหลัก 4 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจติดตามเร่งรัดหนี้ ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การติดตามและจัดเก็บหนี้ ไปจนถึงกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อรองรับความต้องการของสถาบันการเงินและองค์กรธุรกิจอย่างครบวงจร


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

สุรเมธี มณีสุโข

สุรเมธี มณีสุโข

บรรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย