( + ) TU (ซื้อ/เป้า 14.00 บาท) ไทยมีโอกาสได้อานิสงส์ หลังสหรัฐระงับนำเข้าอาหารทะเลเวียดนามบางส่วน เนื่องจากไม่ผ่าน กม. MMPA การส่งออกสินค้าประมงจากแหล่งประมงของเวียดนาม จำนวน 12 แหล่ง ถูกระงับการนำเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป ภายหลังสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration: NOAA) มีมติไม่ให้การรับรองความเทียบเท่าด้านกฎระเบียบ ตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล (Marine Mammal Protection Act: MMPA) ขณะที่สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ ได้วิเคราะห์ว่า การที่สหรัฐอเมริการะงับการนำเข้าสินค้าประมงจากแหล่งประมงของเวียดนาม จำนวน 12 แหล่ง ภายใต้กฎหมาย MMPA จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการแข่งขันในตลาดอาหารทะเลสหรัฐอเมริกาอย่างมีนัยสำคัญ โดยในระยะสั้น มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ปริมาณสินค้าประมงบางประเภทในตลาดลดลง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เวียดนามมีบทบาทเป็นผู้ส่งออกรายสำคัญในตลาดโลก เช่น ปลาทูน่า ปลาหมึก และปู ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกรายอื่นในภูมิภาค รวมถึงไทย สามารถขยายส่วนแบ่งตลาดได้ (ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ) DAOL: เรามองปัจจัยดังกล่าวเป็นบวกต่อ TU จากการที่ไทยมีโอกาสได้อานิสงส์ทางอ้อมจากสหรัฐอาจเลือกนำเข้าอาหารทะเลจากแหล่งอื่นชดเชย ขณะที่แม้หนึ่งในโรงงานของ TU จะมีบางส่วนที่เวียดนาม ซึ่งเป็นโรงงานผลิตและส่งออกอาหารทะเลบรรจุกระป๋อง แต่แหล่งฐานการผลิตหลักของบริษัทอยู่ในไทย ทำให้เรามองว่าปัจจัยดังกล่าวจะเป็นผลกระทบในเชิงบวกต่อบริษัทมากกว่า ทั้งนี้หากพิจารณามูลค่านำเข้าอาหารทะเลของสหรัฐ เวียดนามคิดเป็นสัดส่วนราว 7-8% และไทย 4-5% ขณะที่สำหรับมูลค่านำเข้าทูน่าของสหรัฐ ไทยสูงเป็นอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% และเวียดนามอยู่อันดับ 2 สัดส่วน 10-12% เบื้องต้นเราประเมิน sensitivity สำหรับรายได้จากสหรัฐโดยรวมของ TU ที่เพิ่มขึ้นทุกๆ +10% จะเป็น upside กำไรราว +3% ทั้งนี้สำหรับ TU เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 14.00 บาท อิง SOTP |