สอท.เผยข้อมูลยานยนต์ไทย เดือนม.ค.69 ยอดผลิตโต 10.53% รับรถยนต์นั่งเพื่อส่งออก-กระบะ และ EV โตเด่น ฟากยอดขายพุ่ง 53.77% รับตลาด EV หนุน ส่วนส่งออก ลดลง 6.28% ต่ำสุดรอบ 45 เดือน จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพื่อส่งออกตามมาตรฐานการปล่อยคาร์บอน นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมกราคม 2568 ดังต่อไปนี้
การผลิต
-จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม 2569 มีทั้งสิ้น 118,386 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2568 ร้อยละ 3.98 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 10.53 -เพราะผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.56 และผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 153.57 รวมทั้งผลิตรถบรรทุกเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 76.18 ตามการลงทุนของภาคเอกชนในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 และผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยการนำเข้ามาขายในปี 2567 – 2568 เป็นปีแรกจากโครงการ EV 3.5 
ผลิตเพื่อส่งออก เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 79,686 คัน เท่ากับร้อยละ 75.71 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 6.19
ยอดขาย ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมกราคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 73,936 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคม 2568 ร้อยละ 1.58 และ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 53.77 เพิ่มขึ้นจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 ซึ่งสิ้นสุดลง 2568 รวมทั้งเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในอัตรา 2:1 ของโครงการ EV 3.5 ส่งผลยอดขายรถยนต์นั่งและรถ SUV เพิ่มขึ้นร้อยละ 76.2 และ 93.6 ตามลำดับ จากมกราคม 2568
-รถกระบะยังคงขายลดลงร้อยละ 5.5 จากมกราคม 2568 เพราะสถาบันการเงินยังเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ จากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้อของประชาชนยังคงอ่อนแอ ภาคอุตสาหกรรมยังใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60% ของกำลังการผลิตทั้งหมด -เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตมากกว่าที่คาดในอัตรา 2.5% ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 จากการลงทุนรวมที่ขยายตัว 8.1% โดยเป็นการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว 6.5% จากการปลดล็อกให้นักลงทุนมีความคล่องตัวมากขึ้นส่งผลให้การก่อสร้างโรงงานขยายตัวถึง 12.2% และจากภาครัฐที่เร่งลงทุนขยายตัว 13.3% รวมถึงมีการนำเข้าสินค้าที่ขยายตัว 12.8% โดยเฉพาะเครื่องจักรขยายตัว 21.8% คงต้องรอรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาผลักดันการลงทุนที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาทในปี 2568 ให้ลงทุนเร็วขึ้นเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้คนไทยมากขึ้น เศรษฐกิจประเทศไทยจะได้เติบโตมากกว่า 5% เหมือนในอดีต การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป
- เดือนมกราคม 2569 ส่งออกได้ 58,405 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 6.28 ต่ำสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 หรือรอบ 45 เดือน จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพื่อส่งออก และความเข้มงวดในการนำเข้ารถยนต์ที่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยขับในด้านความปลอดภัยรวมทั้งการเข้มงวดการปล่อยคาร์บอน ส่งผลให้ส่งออกรถยนต์ลดลงในตลาดเอเชีย ตลาดแอฟริกา ตลาดอเมริกาเหนือ ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ประเภทรถยนต์ส่งออกเดือนมกราคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้า - ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 45,668 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 210.43 - ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 17,224 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 27.16 - ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,975 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 83.89 
|