EGCO ระบุสงครามตะวันออกกลางกระทบจำกัด ชูแนวทางปันผลเด่น เดินหน้าลงทุนเฉลี่ยปีละ 3 หมื่นลบ.

รูป EGCO ระบุสงครามตะวันออกกลางกระทบจำกัด ชูแนวทางปันผลเด่น เดินหน้าลงทุนเฉลี่ยปีละ 3 หมื่นลบ.

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 เม.ย. 69 17:25 น.

EGCO ระบุความตึงเครียดตะวันออกกลางกระทบธุรกิจจำกัด จากกลไกส่งผ่านต้นทุนตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า พร้อมย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง เดินหน้าจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ลุยลงทุนเฉลี่ยปีละ 30,000 ล้านบาท ขยายพอร์ตพลังงานใน 7 ประเทศ รองรับการเติบโตระยะยาว

ดร. ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัท และ นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO (EGCO Group) เปิดเผย ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 รูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) ว่า กรณีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ทำราคาเชื้อเพลิงผันผวนสูง บริษัทฯ ได้รับผลกระทบในระดับที่จำกัด เนื่องจากมีกลไกการส่งผ่านต้นทุนตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ


โดย EGCO มั่นใจว่าโครงสร้างทางธุรกิจและกลไกราคาที่มีอยู่ ช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานและความขัดแย้งระดับโลกได้ โดยส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัทในระดับที่จำกัดเท่านั้น


นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังความเสี่ยง และการวางแผนล่วงหน้าเพื่อรักษาขีดความสามารถในการทำกำไรและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว


ซึ่งบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะยาว แม้จะเผชิญกับสภาวะตลาดที่ยากลำบาก โดยมีนโยบายการจ่ายเงินปันผล 40% ของกำไรสุทธิ

โดยในงวดทั้งปี 2568 บริษัทฯ มียอดจ่ายเงินปันผลทั้งหมด 6.50 บาท/หุ้น โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2568 ในอัตรา 3.25 บาท/หุ้น กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 เมษายน 2569 โดยทั้งปี 2568 บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,422 ล้านบาท


สำหรับการบริหารงานในระยะยาว บริษัทฯ ยังคงดำเนินงานในรูปแบบของ "โฮลดิ้ง" ที่เน้นสร้างรายได้จากเงินปันผลผ่านการลงทุน จากบริษัทย่อย และกิจการร่วมค้าต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์หลักคือมุ่งเน้นในเรื่องการลงทุน ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง


ในปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้าปั้นพอร์ตไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องให้เติบโตอย่าง “มั่นคง สมดุล และยั่งยืน” ภายใต้กลยุทธ์ “POWER4” โดยเตรียมงบลงทุนไว้ 30,000 ล้านบาท ทั้งจากการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน


ผ่านการลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ โดยต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว 7 ประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลังงานในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่สำคัญของ EGCO Group และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องการของธุรกิจ Data Center


ปัจจุบัน (ณ 17 เมษายน 2569) EGCO Group มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 6,945 เมกะวัตต์ (รวมโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่อง เชิงพาณิชย์แล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) โดยมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนรวม 1,647 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 24% ของกำลังผลิตทั้งหมด) ทั้งจากชีวมวล พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมทั้งบนบกและนอกชายฝั่ง เซลล์เชื้อเพลิง และระบบ กักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่


สำหรับโรงไฟฟ้าและโครงการต่างๆ ตั้งอยู่ใน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา


นอกจากนี้ EGCO Group ยังมีธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ครอบคลุมธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภค และธุรกิจ Customer Solution และ Startup เช่น บริษัท เอ็กโก เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (ESCO) ให้บริการงานเดินเครื่อง บำรุงรักษา และวิศวกรรม “CDI Group” บริษัทโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในอินโดนีเซีย “TPN” ระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “Innopower” บริษัทด้านการวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม และโครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) เป็นต้น


ทั้งนี้ EGCO Group ได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Dow Jones Sustainability Index (DJSI) 5 ปีต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทได้รับคะแนน DJSI 89 คะแนน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มสาธารณูปโภคไฟฟ้าของกลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย