AOT ตั้งเป้างบลงทุน 5 ปีกว่า 8 หมื่นลบ. - รับมอบนโยบายรองนายกฯ เร่งเดินหน้า 3 โครงการ Quick-Win

รูป AOT ตั้งเป้างบลงทุน 5 ปีกว่า 8 หมื่นลบ. -  รับมอบนโยบายรองนายกฯ เร่งเดินหน้า 3 โครงการ Quick-Win

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 พ.ค. 69 18:08 น.

AOT ตั้งเป้างบลงทุน 5 ปีกว่า 8 หมื่นลบ. ลุยส่วนต่อขยายสนามบินสุวรรณภูมิ - พัฒนาสนามบินดอนเมืองเฟส 3 ด้าน'พิพัฒน์' รองนายกฯตรวจเยี่ยม AOT พร้อมมอบนโยบาย เร่งเดินหน้า 3 โครงการ Quick-Win

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยภายหลัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบริษัท AOT และมอบนโยบายมุ่งเน้นโครงการสำคัญแบบ Quick-Win โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

บริษัทเตรียมงบลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้า ประมาณ 80,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการลงทุนในโครงการต่างๆ อาทิ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท,โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 มูลค่า 30,000 ล้านบาท,โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ มูลค่า 20,000 ล้านบาท และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 มูลค่า 10,000 ล้านบาท

ด้านแหล่งเงินลงทุนปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดประมาณ 10,000 ล้านบาท และมีกำไรสะสม ซึ่งยังไม่นับรวมกับเงินที่กันเอาไว้สำหรับลงทุน อย่างไรก็ตามแผนการใช้เงินอาจแบ่งเป็นการทยอยลงทุนตามการเปิดประมูลแต่ละโครงการ

คาดรายได้ปีนี้จะตัวลดลง ตามทิศทางรายได้จากจำนวนผู้โดยสารที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับรายได้ในส่วนของค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ที่มาค่อนข้างช้า ซึ่งบริษัทพยายามลดต้นทุนและรายจ่ายให้ลดลง เพื่อทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานยังน่าสนใจ

ทั้งนี้ยอมรับว่ายอดผู้โดยสารท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 135 ล้านคน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะใกล้เคียงปีก่อนที่อยู่ระดับประมาณ 125 ล้านคน หลังจากในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมามียอดผู้โดยสารแล้วประมาณ 70 ล้านคน

เตรียมปรับเพิ่มเงินลงทุนโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 เป็นมูลค่า 63,000 ล้านบาท จากเดิมที่ 36,000 ล้านบาท และขยายระยะเวลาก่อสร้างจากเดิม 6 ปี เพิ่มเป็น 8 ปี เนื่องจากราคาวัสดุและการปรับปรุงที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะแผนพัฒนาโครงการเดิมมีการเสนอไปตั้งแต่ปี 65 ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่าจะมีการเปิดประมูลก่อสร้างได้ภายในช่วงปลายปีนี้และเริ่มการก่อสร้างได้ประมาณต้นปี 70


นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ พร้อมการวางรากฐานของประเทศให้เกิดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลอย่างยั่งยืน และได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาและบูรณาการเชื่อมโยงระบบขนส่งให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีระบบคมนาคมที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้เร่งโครงการสำคัญ 3 โครงการแบบ Quick-Win ให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็วและต่อเนื่อง ดังนี้

1.เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน และสามารถเปิดใบริการได้โดยเร็ว ได้แก่โครงการจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ (Drone) โครงการป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike)

2.เร่งรัดประกวดราคาสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม ได้แก่ โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2) โครงการให้บริการคลังสินค้า (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2)

3.เร่งนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่า (Preliminary Feasibility Study) ของท่าอากาศยานอันดามัน และล้านนา

นอกจากนี้ได้มอบนโยบายสำคัญแก่ AOT ในฐานะเป็นผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของประเทศ และเป็นประตูสู่ประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

2. เร่งลงทุนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานและนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้เพื่อยกระดับบริการผู้โดยสาร

3. ศึกษาพัฒนาท่าอากาศยานอันดามัน รวมถึงศึกษาท่าอากาศยานล้านนา เพื่อรองรับและแบ่งเบาการจราจรของท่าอากาศยานหลัก


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย