SCB EIC ประเมินชัยชนะของ พรรคภูมิใจไทย หนุนโอกาสจัดตั้งรัฐบาลมีเสถียรภาพ เดินหน้านโยบายต่อเนื่อง คาดงบฯ ปี 70 ล่าช้าไม่มาก กระทบเศรษฐกิจจำกัดคงคาดการณ์ GDP โต 1.5% แต่ยังต้องจับตาประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง หวั่นเลือกตั้งใหม่ - คดีการเมืองฝ่ายค้านเดิม
นายวิชาญ กุลาตี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส และนายภัคพล ตันติวิชช์ นักเศรษฐศาสตร์ SCB EIC เปิดเผยถึง การประเมินชัยชนะการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 ของพรรคภูมิใจไทยด้วยคะแนนเสียง 193 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง (ผลอย่างไม่เป็นทางการของ กกต. อยู่ระหว่างประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง) จึงมีแนวโน้มจะจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ สร้างความต่อเนื่องของนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน และลดความเสี่ยงเศรษฐกิจจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยลงได้บ้าง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- รัฐบาลใหม่มีแนวโน้มจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในเดือน พ.ค. ส่งผลให้กระบวนการจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จะล่าช้าไม่มากเพียง 1-2 เดือน ใกล้เคียงกับที่ SCB EIC ประเมินไว้ก่อนการเลือกตั้ง ไม่ส่งผลกระทบต่อคาดการณ์ว่า ฐานเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 1.5%

- นโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยตอบโจทย์แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านมาตรการ 10 พลัส มุ่งขยายตัวกว่า 3% แต่การผลักดันให้เกิดผลสำเร็จจริงยังมีความท้าทายสูงบนข้อจำกัดทางการคลังที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญและความสมดุลระหว่างนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น กับนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว
- ประเมินว่าหากรัฐบาลสามารถผลักดันชุดนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะกลาง ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงบริหารงบประมาณและปฏิรูปการคลังอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังในยามวิกฤติและลดความเสี่ยงด้านเครดิตเรตติงของประเทศ จะส่งผลบวกต่อการขยายตัวเศรษฐกิจได้ในระยะต่อไป
- ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ยังคงมีความเสี่ยงต้องติดตาม โดยเฉพาะกรณีบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้งอาจทำให้สามารถระบุตัวตนผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ รวมถึงการตัดสินคดีทางการเมืองของพรรคฝ่ายค้านเดิม

|