สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 17 ก.พ.69
| ชื่อโบรก | คำแนะนำ | | | บล.ฟินันเซีย ไซรัส | ซื้อ | 36.4 | | บล.พาย | ซื้อ | 35 | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อ | 35 | | บล.ดาโอ | ซื้อ | 35 | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 35 | | บล.เอเซีย พลัส | ซื้อ | 34 | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 33 | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ถือ | 33 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 32 | | บล.หยวนต้า | TRADING | 32 | | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 31 | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | - | สรุปปัจจัยบวก
- มีโอกาสปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ให้สูงขึ้นจากระดับปัจจุบัน เนื่องจากฐานเงินกองทุน (Tier 1) อยู่ในระดับที่สูงมากและแข็งแกร่ง (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.พาย, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้) - คุณภาพสินทรัพย์มีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อภาครัฐที่มีความเสี่ยงต่ำ ช่วยรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจได้ดี (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) - ความสามารถในการรักษาระดับ ROE ให้ยืนเหนือ 10% ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.พาย, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) - Credit Cost มีแนวโน้มลดลงจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ระดับ 75-115 bps เนื่องจากมีสำรองส่วนเกิน (Coverage ratio) ในระดับที่สูงมากเกินพอ ทำให้บริหารจัดการกำไรได้ยืดหยุ่น (บล.พาย, บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง) - การรุกธุรกิจ Digital Ecosystem, Wealth Management และ Virtual Bank (ร่วมกับ ADVANC และ OR) จะเป็นฐานรายได้ใหม่ในอนาคต (บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้) - ได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ (New Investment Upcycle) หลังงบประมาณภาครัฐเริ่มเบิกจ่าย (บล.ฟินันเซีย ไซรัส) - มี Upside เพิ่มเติมจากการบันทึกกำไร FVTPL ของหุ้น THAI ที่ถืออยู่ (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้) สรุปปัจจัยลบ - ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) มีแนวโน้มแคบลงตามทิศทางดอกเบี้ยขาลงและการเน้นปล่อยสินเชื่อภาครัฐที่มีผลตอบแทนต่ำ (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.พาย, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้) - การเติบโตของสินเชื่อในปี 2026 คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำเพียง 0-2% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่มีความท้าทายและกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ (บล.พาย, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) - ปัจจัยเสี่ยงภายนอก เช่น ภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ กดดันการส่งออก และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (บล.พาย) - สินเชื่อ SME ยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนเครดิตและการแข่งขันที่สูงในกลุ่มสินเชื่อรายใหญ่ (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) - ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องเริ่มทำให้ Upside เมื่อเทียบกับราคาพื้นฐานเริ่มจำกัดในบางมุมมอง (บล.หยวนต้า, บล.ฟิลลิป) |