ITC คาดรายได้ปีนี้โต 9-12% รับเทรนด์สัตว์เลี้ยงมาแรง-ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้สินค้านวัตกรรมแตะ 15%

รูป ITC คาดรายได้ปีนี้โต 9-12% รับเทรนด์สัตว์เลี้ยงมาแรง-ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้สินค้านวัตกรรมแตะ 15%

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 ก.พ. 69 16:14 น.

 

ITC ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 9-12% รับเทรนด์สัตว์เลี้ยงขยายตัวต่อเนื่อง แย้ม Q1/69 ผลงานสดใส หลังออร์เดอร์ทะลักยาวถึงเดือน มี.ค.69 พร้อมชู 3 กลยุทธ์นวัตกรรม "Collaboration, Longevity และ Palatability" ดันรายได้จากนวัตกรรมพุ่งแตะ 15% 

 

นายภาคย์ ชีวรักษ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 69 จะเติบโตประมาณ 9-12% จากปีก่อน เนื่องจากแนวโน้มเทรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีแผนขยายตลาดให้กว้างขึ้น และการพัฒนาสินค้านวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่า รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นคาดว่าจะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อขยายตลาดกลุ่มที่บริษัทยังไม่เคยทำการตลาดเพิ่มเติมในช่วงกลางปี 69 อีกด้วย

 

ทั้งนี้พบว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/69 ค่อนข้างสดใส ซึ่งคาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 1/68 เพราะเห็นยอดขายในช่วงที่ผ่านมาที่น่าประทับใจ หลังจากปัจจุบันมีคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) จากลูกค้ายาวไปจนถึงช่วงเดือน มี.ค.69 แล้ว ประกอบกับมองแนวโน้มตลาดในประเทศสหรัฐฯยังขยายตัวได้ดี ซึ่งปีนี้บริษัทมีแผนจะขยายฐานลูกค้าอาหารสัตว์เลี้ยงในตลาดระดับล่างของสหรัฐฯเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่เน้นกลุ่มระดับกลางถึงบน

 

ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงปี 69 มองว่ามี 3 เทรนด์หลักๆ ได้แก่

 

1.จำนวนการเพิ่มขึ้นของสัตว์เลี้ยง โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 68-73 จำนวนสัตว์เลี้ยงจะเพิ่มขึ้นจาก 786 ล้านตัว เป็น 850 ล้านตัว,

 

2.อายุสัตว์เลี้ยงที่ยืนยาวขึ้น

 

3.การกำหนดมาตรฐานของพรีเมียม

 

"ในปี 69 เราเห็นกระแสการเติบโตต่อเนื่องของอุตสาหกรรมอาหารและขนมสัตว์เลี้ยง ผู้บริโภคจำนวนมากมองหาผลิตภัณฑ์ที่มอบประโยชน์ด้านสุขภาพที่ชัดเจน วัดผลได้จริง และเป็นที่ชื่นชอบของสัตว์เลี้ยง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไอ-เทลมองว่านวัตกรรมคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาว ซึ่งกลยุทธ์นวัตกรรมของเราให้ความสำคัญกับโภชนาการที่ตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยส่งเสริมสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดีและอายุยืนยาว พร้อมทั้งออกแบบให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน และมอบความสุขให้กับสัตว์เลี้ยง” นายภาคย์ กล่าว

 

 

นายภาคย์ กล่าวต่อว่าสำหรับปีนี้บริษัทยังตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพิ่มเป็น 15% จากช่วง 9 เดือนแรกปี 68 ที่มีรายได้จากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 11% ของมูลค่ายอดขายสุทธิของบริษัท โดยมี 3 เสาหลักของกลยุทธ์นวัตกรรมไอ-เทล ได้แก่

 

1. การผลักดันนวัตกรรมผ่านความร่วมมือ (Advancing Innovation Through Open Collaboration) โดยบริษัททำงานร่วมกับลูกค้าซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาคอนเซปต์สินค้าต้นแบบ เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่บูรณาการข้อมูลเชิงลึกของตลาดเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาของบริษัท ขณะเดียวกัน ไอ-เทล ยังผนึกกำลังกับ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และโภชนาการสัตว์เลี้ยง ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ภาควิชาการเข้ากับการทำงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง

 

ความร่วมมือดังกล่าว ยังได้รับการสนับสนุนจากอีโคซิสเต็มนวัตกรรมของไอ-เทลและกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน อาทิ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารแมว i-Cattery ศูนย์นวัตกรรม Global PetCare Innovation Center และศูนย์นวัตกรรม Global Innovation Center ในการพัฒนา ทดสอบ และต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่การวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์

 


2. การยกระดับโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาวของสัตว์เลี้ยง (Pet Food Journey Toward Longevity) เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ความคาดหวังของเจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงเปลี่ยนจากการเติมเต็มความต้องการขั้นพื้นฐานด้านโภชนาการ สู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงในระยะยาว ไอ-เทล จึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน ภายใต้แนวทางการดำเนินงานที่ตั้งอยู่บนหลักทางวิทยาศาสตร์ โดยไอ-เทล มีเป้าหมายขยายนวัตกรรมให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โภชนบำบัด และ Personalized Diets ภายในปี 73

 

โดยบริษัทยังมุ่งพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ให้ประโยชน์มากกว่าแค่โภชนาการขั้นพื้นฐาน ในรูปแบบที่สามารถเข้าถึงได้ ตอบโจทย์กับชีวิตประจำวัน โดยไม่จำกัดอยู่เพียงสินค้าในกลุ่มเฉพาะทางหรือสินค้าพรีเมียมเท่านั้น ที่ผ่านมา ไอ-เทลมีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์กลุ่ม Functional Ingredients ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย อาทิ โปรตีนไฮโดรไลเซต (Protein Hydrolysates) โปรตีนย่อยง่ายคุณภาพสูงซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะภูมิแพ้ที่เกิดจากอาหารและเพิ่มการดูดซึมสารอาหาร ไปจนถึงส่วนผสมจากอาหารทะเลอย่างน้ำมันทูน่า และแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่า ซึ่งต่อยอดมาจากความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากท้องทะเลของไทยยูเนี่ยน

 

นอกจากนี้นวัตกรรมของไอ-เทลยังใช้กระบวนการผลิตและเทคโนโลยีการแปรรูปที่คงคุณค่าทางโภชนาการไว้อย่างครบถ้วน และยึดมั่นในมาตรฐานด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ (responsible sourcing) พร้อมระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริงและโปร่งใส (traceability)

 


3.นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยหลักวิทยาศาสตร์ พร้อมความอร่อยที่พิสูจน์ได้ (Science-Backed Innovation with Proven Palatability) ที่ไอ-เทลโภชนาการตามหลักวิทยาศาสตร์ต้องมาควบคู่กับความอร่อยเสมอ โดยบริษัทมีการกำหนดให้ความน่ากินเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งมีการใช้งบลงทุนกว่า 40 ล้านบาท ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารแมว i-Cattery ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถทดสอบผลิตภัณฑ์จริงผ่านการทำงานร่วมกับบรรดา ‘แมวนักชิม’ เพื่อถอดรหัสข้อมูลเชิงลึกและทำความเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของสัตว์เลี้ยง จนมั่นใจว่าทุกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบจาก i-Cattery จะเป็นที่ชื่นชอบของสัตว์เลี้ยง

 

โดย i-Cattery ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเร่งกระบวนการคิดค้นพัฒนาสูตรอาหารและผลิตภัณฑ์ให้เร็วขึ้น 3 เท่า โดยระหว่างปี 66-68 i-Cattery ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์กว่า 795 รายการให้กับแบรนด์อาหารสัตว์ชั้นนำระดับโลกกว่า 20 แบรนด์ และได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสวัสดิภาพที่ดีของสัตว์เพื่อการวิจัยและการดำเนินงานทางวิทยาศาสตร์ในระดับสูงสุดจาก AAALAC International หรือ Association for Assessment and Accreditation of Laboratory Animal Care International โดยไอ-เทลถือเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเพียงรายเดียวของโลกที่ได้รับการรับรองดังกล่าว ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้ลูกค้า คู่ค้า และผู้บริโภคทั่วโลก

 

"ทั้ง 3 เสาหลักของกลยุทธ์นวัตกรรมนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งอนาคต ผ่านการยกระดับมาตรฐานโภชนาการด้วยนวัตกรรมที่ยึดหลักวิทยาศาสตร์และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างโลกแห่งความสุขให้สัตว์เลี้ยงได้เจริญเติบโตด้วยสุขภาพที่สมบูรณ์ที่สุด" นายภาคย์ กล่าว

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย