| ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบจำกัด คาดรายได้ 2Q69 และทั้งปี 69 ยังมีแนวโน้มเติบโตงวด 1Q69 มีกำไร 1,790 ลบ. +3%YoY -5%QoQ (ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเล็กน้อย) จากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่ยังคงเติบโตดี แนวโน้มรายได้ 2Q69 มีโอกาสเติบโต 2%YoY หนุนจากกลุ่มตะวันออกกลางที่ยังมีโมเมนตัมบวกหลังผ่านพ้นช่วงรอมฎอน ปรับประมาณการกำไรปี 69 ลดลงเล็กน้อย 3% สู่ 7,631 ลบ. แต่ยังคงเติบโต 2%YoY คงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเหมาะสมที่ 216 บาท มีอัพไซด์ 20% Investment Highlightงวด 1Q69 มีกำไร 1,790 ลบ. +3%YoY -5%QoQ (ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเล็กน้อย) จากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่ยังคงเติบโตดี งวด 1Q69 บริษัทมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาลที่ 6,204 ลบ. +1%YoY -5%QoQ แม้รายได้กลุ่มผู้ป่วยคนไทย (สัดส่วน 34%) หดตัว 4%YoY จากภาวะเศรษฐกิจและความเข้มงวดของบริษัทประกัน แต่ถูกชดเชยจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ (สัดส่วน 66%) ที่ยังคงเติบโตดี +4%YoY แม้มีเทศกาลรอมฎอนในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.69 โดยกลุ่มตะวันออกกลาง +21%YoY เมียนมา +15%YoY และบังกลาเทศ +25%YoY ขณะเดียวกัน %EBITDA ปรับเร่งดีขึ้นสู่ระดับ 39.3% (1Q68 = 37.7%, 4Q68 = 38.8%) จากความยากของโรคในการรักษากลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ (Revenue Intensity) ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น ตลอดจนการปรับอัตราค่าบริการเพิ่มขึ้นราว 4% ตั้งแต่ต้นปี 69 ส่งผลให้งวด 1Q69 มีกำไร 1,790 ลบ. +3%YoY -5%QoQ (ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเล็กน้อย) แนวโน้มรายได้ 2Q69 มีโอกาสเติบโต 2%YoY หนุนจากกลุ่มตะวันออกกลางที่ยังมีโมเมนตัมบวกหลังผ่านพ้นช่วงรอมฎอนผู้บริหารให้มุมมองรายได้ 2Q69 อยู่ในกรอบ +/-2%YoY โดยกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางยังมีโมเมนตัมบวกจากการกลับมาหลังผ่านพ้นช่วงรอมฎอน ช่วยเร่งบริการการรักษากลุ่มโรคซับซ้อน (Revenue Intensity) และช่วยหนุนให้อัตราการทำกำไรให้ปรับดีขึ้น โดยปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบมากนัก แต่กลับกันราคาน้ำมันที่เร่งขึ้น ช่วยชดเชยปริมาณการส่งออกน้ำมันที่ลดลง นอกจากนี้ งบประมาณภาครัฐของกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่อาจถูกจำกัดมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายในการเข้ามารักษาเพราะมีคุณภาพในการรักษาสูง และค่าบริการถูกกว่าโซนยุโรป นอกจากนี้ บริษัทได้สต็อกยาและเวชภัณฑ์บางรายการไว้ล่วงหน้าราว 1-3 เดือน ป้องกันปัญหา Supply Shortage และราคาต้นทุนที่เร่งขึ้น ปรับประมาณการกำไรปี 69 ลดลงเล็กน้อย 3% สู่ 7,631 ลบ. แต่ยังคงเติบโต 2%YoYเราปรับคาดการณ์รายได้และกำไรปี 69 ลดลงเล็กน้อย 3% สู่ 25,595 ลบ. +2%YoY และ 7,631 ลบ. +2%YoY ตามลำดับ โดยการปรับลดประมาณการปี 69 เกิดจาก 2 เหตุผล ดังนี้ 1) ปรับลดจากประมาณการเดิมที่ยังไม่ได้สะท้อนถึงผลกระทบเชิงลบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยแม้ยังเห็นโมเมนตัมเชิงบวกจากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง แต่การเดินทางเข้ามารับบริการรักษามีความยากลำบากมากขึ้น และ 2) กลุ่มผู้ป่วยคนไทยยังมีแนวโน้มอ่อนแอ จากภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงความเข้มงวดของบริษัทประกัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยเด็ก อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการยังคงมีแนวโน้มเติบโตจาก Revenue Intensity การรักษาผู้ป่วยต่างชาติ ประกอบกับการปรับขึ้นค่าบริการตั้งแต่ต้นปีราว 4% คงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเหมาะสมปี 69 ที่ 216 บาท มีอัพไซด์ 20%เราปรับราคาเหมาะสม BH ปี 69 ลดลงสู่ 216 บาท โดยยังคงอิง Prospective PE ที่ 22.5x ณ ระดับ -1SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของกลุ่มโรงพยาบาลซึ่งอยู่ที่ระดับ 35.4x อย่างไรก็ตาม เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นปี 69 ลดลงสู่ 9.60 บาท/หุ้น จากเดิม 9.96 บาท/หุ้น คำนวณเป็นราคาเหมาะสมใหม่ที่ 216 บาท (จากเดิมที่ 234 บาท) โดยราคาหุ้นยังคงมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 20% นอกจากนี้ ตั้งแต่ปลายเดือนก.พ.ที่เริ่มเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงกว่า17% (ปลายเดือน ก.พ.-ปัจจุบัน) ซึ่งสะท้อนปัจจัยเชิงลบไปแล้ว ทำให้มี Downside จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” Analyst: Salakbun Wongakaradeth, CISA 02-687-7287 Salakbun@globlex.co.th
|