| ส.อ.ท.เผยยอดผลิตรถยนต์ เม.ย. 69 มีจำนวน 103,794 คัน ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ร้อยละ 22.20 และลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ร้อยละ 0.44 ชี้สงครามตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคปฮอร์มุซ ทำยอดผลิตกระบะเพื่อส่งออกลดลง ห่วงสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 เดือน กระทบเป้าหมายส่งออกแน่นอน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศโตสวนทิศทางเศรษฐกิจ นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนเมษายน 2569 ดังต่อไปนี้ การผลิต จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนเมษายน 2569 มีทั้งสิ้น 103,794 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 22.20 และลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 0.44 จากการผลิตเพื่อขายในประเทศที่ลดลงร้อยละ 1.70 เพราะผลิตรถยนต์นั่งทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้ารวมกันลดลงร้อยละ 16.77 จากเมษายนปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม การผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกที่ลดลงในตลาดตะวันออกกลางจากสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจส่งผลให้การผลิตเพื่อส่งออกไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อไปนานมากกว่าสามเดือน โดยจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - เมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 473,545 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - เมษายน 2568 ร้อยละ 4 ผลิตเพื่อส่งออก เดือนเมษายน 2569 ผลิตได้ 67,262 คัน เท่ากับร้อยละ 64.80 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 0.26 และเดือนมกราคม - เมษายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 316,605 คัน เท่ากับร้อยละ 66.86 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 4.56 รถยนต์นั่ง เดือนเมษายน 2569 ผลิตเพื่อการส่งออก 14,252 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 8.68 และตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 67,975 คัน เท่ากับร้อยละ 43.41 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - เมษายน 2568 ร้อยละ 24.75 รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายน 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 53,010 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 1.78 และตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 248,630 คัน เท่ากับร้อยละ 79.87 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - เมษายน 2568 ร้อยละ 0.13 โดยแบ่งเป็น ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนเมษายน 2569 ผลิตได้ 36,532 คัน เท่ากับร้อยละ 35.20 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 1.70 และเดือนมกราคม - เมษายน 2569 ผลิตได้ 156,940 คัน เท่ากับร้อยละ 33.14 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2568 ร้อยละ 2.90 รถยนต์นั่ง เดือนเมษายน 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 22,398 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 16.77 และตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน 2568 ผลิตได้ 88,624 คัน เท่ากับร้อยละ 56.59 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม - เมษายน 2568 ลดลงร้อยละ 15.62 รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายน 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 12,923 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 32.29 และตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 62,660 คัน เท่ากับร้อยละ 20.13 ของยอดการผลิตรถกระบะ และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - เมษายน 2568 ร้อยละ 41.10 ซึ่งแบ่งเป็น ยอดขาย ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนเมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,394 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 19.16 และเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 2.54 เพิ่มขึ้นจากการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่จองมากกว่าครึ่งของยอดจองรวมในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์เมื่อปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นมากจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซรวมทั้งการออกรถรุ่นใหม่และการเริ่มผลิตรถบรรทุกของบริษัทหนึ่งที่ย้ายโรงงาน รถกระบะยังคงขายลดลงร้อยละ 9.7 จากเดือนเดียวกันปีที่แล้วเพราะความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากเศรษฐกิจและดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ การลงทุนและการจ้างงานยังน่ากังวล ส่งผลให้อำนาจซื้อของประชาชนอ่อนแอ เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า อย่างไรก็ตามจากการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ ไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ 2.8% และการลงทุนที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอนุมัติโครงการต่าง ๆ ไปอาจช่วยสร้างงานสร้างเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราสูงขึ้นหากได้ลงทุนในปีนี้ รวมทั้งการกู้เงินสี่แสนล้านบาทของรัฐบาลที่จะลดการนำเข้าพลังงานและเพิ่มการลงทุนที่จะเพิ่มการจ้างงานในประเทศไทยด้วย ปัจจัยลบที่น่ากังวลมากคือ การขอปรับราคาขึ้นของชิ้นส่วนต่างๆ โดยอ้างสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งจะซ้ำเติมต่อยอดขายและยอดผลิตรถยนต์ให้ลดลงด้วย จึงใคร่ขอให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและรถยนต์ไว้ในภาวะที่กำลังซื้อยังอ่อนแอไประยะหนึ่ง การส่งออก รถยนต์สำเร็จรูป เดือนเมษายน 2569 ส่งออกได้ 60,190 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้วร้อยละ 25.13 และลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 8.43 ลดลงจากการส่งออกรถยนต์ไปตลาดตะวันออกกลาง 993 คัน ลดลงถึง 11,053 คันหรือร้อยละ 91.76 จากเมษายน 2568 จากสงครามระหว่าง สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ และลดลงในตลาดยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้ แต่ส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดสูงที่ร้อยละ 26.36 และ 31.23 ตามลำดับ รวมทั้งส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา และอเมริกาเหนือ จึงช่วยให้การส่งออกรถยนต์ลดลงไม่มาก เดือนเมษายน 2569 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 67,905.94 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 5.60 และรวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – เมษายน 2569 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 267,903.26 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2568 ร้อยละ 6.16 ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนเมษายน 2569 (เฉพาะ รย.1) เดือนเมษายน 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 42,152 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 3.48 โดยแบ่งเป็น ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 9,963 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 63.54 ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 8,311 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 23.60 ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 9,954 ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 1.73 ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 12,645 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 22.21 ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 1,279 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 61.10 เดือนมกราคม - เมษายน 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 211,962 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 19.88 โดยแบ่งเป็น ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 65,247 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 110 ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 38,722 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 21.42 ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 48,065 เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 4.62 ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 60,486 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 25.64 ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 5,442 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 26.34 |