AURA แจง "กระแสเงินสด" ติดลบเป็นเรื่องปกติ เหตุใช้ลงทุนทองหน้าร้าน-เงินหมุนธุรกิจ ฟาก 5 โบรกฯ ยังให้น้ำหนักเชิงบวก มองกรอบราคาเป้าหมาย 16.70 - 21.00 บาท แนะซื้อ
บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA เปิดเผยถึงประเด็นที่นักลงทุนตั้งคำถาม สำหรับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash Flow from Operations: CFO) ที่ติดลบในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากพิจารณาตามโครงสร้างธุรกิจค้าทองคำ และสินเชื่อทอง จะพบว่า “กระแสเงินสดติดลบ” สะท้อนถึง การขยายตัวของพอร์ตขายฝาก และการลงทุนในสินค้าคงเหลือ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash Flow from Operations: CFO) ที่ติดลบ ไม่ใช่สัญญาณลบเสมอไป เพราะในธุรกิจขายฝากทองเป็นการจ่ายเงินสดออกไปจากการรับขายฝากทอง (บริษัทได้ทองมาเป็นหลักประกัน) ทำให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบได้
- มองกระแสเงินที่ติดลบสะท้อน การขยายตัว ไม่ใช่ปัญหาสภาพคล่อง และทองที่ได้มาเป็นหลักประกัน หากลูกค้าไม่มาต่อสัญญา หรือไถ่ถอน บริษัทสามารถยึดทองนั้นมาได้เลย ซึ่งต้นทุนที่รับทองจะต่ำกว่าราคาทองปกติ 10-20%
- การวัดกระแสเงินสดในธุรกิจประเภทนี้ ควรพิจารณาเรื่องอัตราหนี้เสีย (NPL) ความสามารถในการติดตามหนี้รวมถึงมูลค่าหลักประกันที่เปลี่ยนแปลงไป หากหนี้เสียต่ำและหลักประกันยังมีมูลค่าสูง ซึ่งความเสี่ยงโดยรวมถือว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
- ช่วงที่ผ่านมา AURA ขยายสาขาและต้องใช้เงินสดในการซื้อทองคำมาวางจำหน่ายหน้าร้าน ส่งผลให้เงินสดลดลง ขณะที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างงบการเงิน เป็นลักษณะปกติของธุรกิจค้าทองคำและสินเชื่อที่มีทองเป็นหลักประกัน
- ความเสี่ยงด้านหนี้เสียในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้น ลูกค้ามีแรงจูงใจไถ่ถอนทองคืน เนื่องจากมูลค่าทองสูงกว่าเงินกู้ที่ได้รับ ทำให้ความเสี่ยงหนี้เสียมีแนวโน้มต่ำ ในทางกลับกันหากราคาทองปรับตัวลดลงและอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน อาจเกิดกรณีลูกค้าเลือกไม่ไถ่ถอน เนื่องจากมูลค่าทองต่ำกว่าเงินกู้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักของธุรกิจประเภทนี้
- สินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาทองที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอลง และส่งผลให้รอบหมุนเวียนสินค้า (Inventory Turnover Rate) ช้าลง สินค้าคงเหลือจึงอาจสูงขึ้นตามธรรมชาติของตลาด
- ทองขึ้นหรือลง AURA สามารถบริหารพอร์ตทั้งฝั่งขาออกและรับซื้อได้ตามความเหมาะสม และตามการปรับตัวขึ้นลงของราคาทอง สนับสนุนให้ธุรกิจค้าปลีกทองคำ และธุรกิจขายฝาก “ทองมาเงินไป” มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทยังได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินหลัก ที่พร้อมสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุน

โบรก 5 ราย มอง AURA ให้น้ำหนักเชิงบวก แนะซื้อ เป้า 16.70 - 21.00 บาท
- บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) ระบุว่า ปัจจัยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบเป็นเรื่องธรรมชาติของธุรกิจ ในช่วงเติบโตที่จะต้องเพิ่มสต็อกทองคำสำหรับการขยายสาขา โดยเฉพาะให้สินเชื่อขายฝากทอง ส่งผลให้ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น เหมือนกับธุรกิจสินเชื่อทั่วไป
- เรื่องหุ้นกู้ภายใต้วงเงิน 5,000 ล้านบาท บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงอย่างแข็งแกร่ง ในกรณีทองโดนโจรกรรมไม่น่ากังวล โดยความเสียหายทั้งจำนวน 13.3 ล้านบาท ถูกครอบคลุมโดยประกัน และเป็นสัดส่วนน้อยเทียบกับสินทรัพย์รวมของบริษัทกว่า 2 หมื่นล้านบาท
- นักวิเคราะห์ 5 บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ พร้อมใจให้น้ำหนักเชิงบวก คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายอยู่ในช่วง 16.70 - 21.00 บาท Valuation ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
- บล. ดาโอ (ประเทศไทย) (DAOL) ประเมินกำไรไตรมาส 4/68 จะเติบโตและทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 415 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการเดิม
- ปัจจัยสำคัญมาจาก 1. ธุรกิจค้าปลีกทอง ได้รับอานิสงส์จากกิจกรรมซื้อ - ขายทองคำที่คึกคักขึ้น 2. ธุรกิจขายฝาก ยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง คาดพอร์ตลูกหนี้ขายฝากที่เพิ่มเป็น 8.0 พันล้านบาท สะท้อนความต้องการใช้บริการที่ขยายตัวตามฐานลูกค้า จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 68 ขึ้น ส่วนปี 69 คาดกำไรสุทธิสดใสต่อเนื่อง

|