AURA เปิดเกมปี 69 วางกำไรโต Double Digit รุกขยายเครือข่าย 200 สาขา ดันเป้าพอร์ตลูกหนี้ขายฝากโตไม่น้อยกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท

รูป AURA เปิดเกมปี 69 วางกำไรโต Double Digit รุกขยายเครือข่าย 200 สาขา ดันเป้าพอร์ตลูกหนี้ขายฝากโตไม่น้อยกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 มี.ค. 69 17:11 น.

AURA เปิดเกมปี 69 วางกำไรโต Double Digit รุกขยายเครือข่าย 200 สาขา ดันเป้าพอร์ตลูกหนี้ขายฝากโตไม่น้อยกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท


บมจ. ออโรร่า ดีไซน์ (AURA) เปิดเกมรุกปี 69 เดินหน้าขยายธุรกิจทองคำครบวงจร โดยมีธุรกิจค้าปลีกทองรูปพรรณ (Modern Gold) เป็นฐานรายได้หลัก ขณะที่ธุรกิจขายฝากทองคำภายใต้แบรนด์ “ทองมาเงินไป” กลายเป็น Growth Engine สำคัญ ตั้งเป้าขยายพอร์ตลูกหนี้ขายฝาก เติบโตแตะระดับไม่น้อยกว่า 12,000 ล้านบาท พร้อมแผนขยายสาขาทั่วประเทศมากกว่า 200 สาขา เพื่อยกระดับ Network Scale และเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง ด้านแนวโน้ม ไตรมาส 1/69 ส่งสัญญาณเชิงบวก รับช่วง High Season ต้นปี หนุนธุรกรรมซื้อ–ขายทองคำคึกคักต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพโมเดลธุรกิจที่สามารถ สร้างรายได้และทำกำไรได้ทั้งฝั่งขายทองและรับซื้อทองคืน


นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจปี 2569 บริษัทประเมินว่าจะยังเติบโตต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารักษาความสามารถในการทำกำไรในระดับที่แข็งแกร่ง หรือเติบโตสองหลัก (Double Digit) จากแรงหนุนของการขยายเครือข่ายสาขาใหม่ประมาณกว่า 200 สาขา หรือมีสาขารวมกันมากกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ โดยเฉพาะรองรับการเติบโตของธุรกิจขายฝากทองคำ “ทองมาเงินไป” เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานธุรกรรมทองคำ โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีเครือข่ายสาขารวม 629 สาขา เพิ่มขึ้นจาก 488 สาขาในปีก่อนหน้า


ธุรกิจขายฝากทองคำ “ทองมาเงินไป” ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตสำคัญของบริษัท โดยพอร์ตลูกหนี้ขายฝาก (A/R Balance) มีโอกาสขยายตัวสู่ระดับประมาณ 12,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 8,211.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.2% จากปีก่อนหน้า สะท้อนความต้องการใช้บริการสินเชื่อที่มีทองคำเป็นหลักประกัน ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และช่วยเสริมโครงสร้างกำไรของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น


สำหรับภาพรวมธุรกิจของบริษัท ครอบคลุมทั้งตลาดทองคำในฝั่ง Primary Market และ Secondary Market โดยในฝั่ง Primary Market บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกทองรูปพรรณ (Modern Gold Retail) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาดทองคำในประเทศไทยที่มีมูลค่ามากกว่า 2.4 ล้านล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลอุตสาหกรรมทองคำและฐานข้อมูลธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)) เมื่อเวลาผ่านไป ทองคำที่ลูกค้าซื้อไปเพื่อใช้บริโภคหรือเก็บสะสมในฐานะ Store of Value สามารถหมุนเวียนกลับเข้าสู่ตลาด Secondary Market ผ่านธุรกิจขายฝากทองคำภายใต้แบรนด์ “ทองมาเงินไป” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาด Gold Financing ที่มีมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านบาท จากการประเมินภาพรวมอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันธุรกิจขายฝากทองคำ “ทองมาเงินไป” มีสัดส่วนเพียงประมาณ 2.7% ของตลาดรวม สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตที่ยังเปิดกว้าง และสนับสนุนโมเดลธุรกิจของ AURA ที่สามารถต่อยอด ห่วงโซ่มูลค่าของทองคำ (Gold Value Chain) ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การจำหน่ายทองคำ การรับซื้อคืน ไปจนถึงการสร้างสภาพคล่องให้กับลูกค้าผ่านบริการขายฝากทองคำ เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของ AURA ที่สามารถสร้างรายได้จากหลายส่วนในห่วงโซ่มูลค่า


จากโอกาสของตลาดดังกล่าว บริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ จากก่อนหน้านี้สร้างการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันมีวงเงินสนับสนุนจากสถาบันการเงิน (Bank Partner) ประมาณ 6,000–7,000 ล้านบาท ควบคู่กับแผนการออกหุ้นกู้เพิ่มเติม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องและรองรับการเติบโตของทั้งธุรกิจค้าปลีกทองคำและธุรกิจขายฝากทองคำในระยะยาว


ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงาน ไตรมาส 1/2569 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจทองคำ ซึ่งมักเป็นช่วง High Season ของอุตสาหกรรม จากเทศกาลสำคัญอย่างปีใหม่ ตรุษจีน และวาเลนไทน์ ส่งผลให้ความต้องการซื้อทองเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาทองคำที่ยังอยู่ในระดับสูงช่วยหนุนมูลค่าการซื้อขาย รวมถึงการเติบโตของธุรกิจขายฝากทองคำภายใต้แบรนด์ “ทองมาเงินไป” ที่มีพอร์ตลูกหนี้ขยายตัวต่อเนื่อง และอัตรากำไรอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง


ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 39,914.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,460.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7% สะท้อนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกทองคำและธุรกิจขายฝากทองคำที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตของบริษัทในปี 2569 ด้านที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาจ่ายเงินปันผลประจำปีแก่ผู้ถือหุ้น ในอัตรา 0.56 บาทต่อหุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 30 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569