โบรกฯ ชี้ SET วันนี้ลุ้นขึ้นทดสอบ 1,440 จุด น้ำมันร่วง–ท่องเที่ยวฟื้น หนุนตลาด

รูป โบรกฯ ชี้ SET วันนี้ลุ้นขึ้นทดสอบ 1,440 จุด น้ำมันร่วง–ท่องเที่ยวฟื้น หนุนตลาด

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 มี.ค. 69 9:19: น.

 

โบรกฯ คาดดัชนีหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวขึ้นกรอบ 1,405-1,440 จุด ชี้แรงหนุนจากตะวันออกกลางคลี่คลาย-บาทแข็ง แต่ยังกังวลดีเซลลอยตัว-ค่าไฟขาขึ้นกดดัน แนะกลยุทธ์การลงทุน มาตรการรัฐ,ลุ้นงบ-ปันผล ท่องเที่ยวจีนฟื้น

 

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาด SET Index วันนี้แกว่งตัวขึ้นในกรอบ 1,405 – 1,440 จุด รับอานิสงส์ความคาดหวังสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย กดราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงต่ำกว่า 100 เหรียญฯ ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนพุ่งแรง 41% เสริมความเชื่อมั่น

 

-ตลาดหุ้นไทยมีทิศทางปรับตัวขึ้นต่อ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความคืบหน้าด้านสันติภาพในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่าที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทรัมป์พยายามผลักดันแผนหยุดยิง 30 วัน เพื่อเจรจาข้อตกลง 15 ข้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent (Spot) ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่

 

-ยังมีสัญญาณเชิงบวกต่อผู้ประกอบการไทย หลังรมว.ต่างประเทศเผย ว่าเรือของ BCP สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย

 

นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจไม่แย่อย่างที่คิด

 

-คาดอีกแรงหนุนมาจาก ภาพการท่องเที่ยวที่อาจไม่แย่อย่างที่คิด สอดรับกับข้อมูลสัปดาห์ที่ 12 ของปี 2569 (วันที่ 16-22 มี.ค.69) พบว่าไทยมีนักท่องเที่ยว ต่างชาติเดินทางเข้าไทย 6.75 แสนคน เพิ่มขึ้น 7.5% และเพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ที่ 12 ของปี 2568 (17-23 มี.ค.68) โดยในจำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวจีน 9.5 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 41.1% และนับเป็นการเพิ่มขึ้นเมื่อ เปรียบเทียบกับสัปดาห์เดียวกันของปีก่อนหน้าเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน

 

ความกังวลราคาดีเซลและค่าไฟฟ้า

 

-มองทางขึ้นจำกัดอยู่บ้าง โดยคาดแรงกดดันมาจากความกังวลต่อต้นทุนของภาคธุรกิจ และค่าครองชีพของผู้บริโภค หลังวานนี้นายกฯ เผยว่าจะไม่มีการตรึง ราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ 33 บาท/ลิตร โดยจะให้ราคาเคลื่อนไหวไปตาม กลไกตลาด ประกอบกับวันนี้ติดตามการประชุมกกพ. ซึ่งอาจเผยถึง ราคาไฟฟ้าที่มีแนวโน้มปรับขึ้นสำ หรับงวด 2/69 หรือเดือนพ.ค.- ส.ค.69

 

-ก่อนหน้านี้มีการเผยถึง 3 กรณี ได้แก่ 1.สะท้อนต้นทุน จริงเต็มรูปแบบ รวมภาระหนี้คงค้าง ค่าไฟพุ่งเป็น 4.59 บาท/หน่วย (+70 สตางค์) 2.ยังไม่ชำระหนี้คงค้าง กฟผ. ค่าไฟอยู่ที่ 4.08 บาท/ หน่วย (+20 สตางค์) และ 3.ยังไม่ชำระหนี้คงค้างกฟผ.และนำเงิน Claw Back ค่าไฟเพิ่มเป็น 3.95 บาท/หน่วย (+7 สตางค์)

 

กลยุทธ์การลงทุน

1.ความหวังโครงการ/มาตรการรัฐ: ADVANC,AMATA, CK, CPALL, CPAXT, CRC, DELTA,

GULF, KTB, KTC, MTC, SAWAD, STECON,STPI, TIDLOR, WHA, WHAUP

 

2.เก็งงบ 1Q69: KKP, TISCO, TTB

 

3.นักท่องเที่ยวจีนฟื้น: CENTEL, ERW, MINT

 

4.เก็บสะสมหุ้นปันผล: AP, BBL, KBANK, QH,SC, SCB, SIRI, SPALI

 

ฟินันเซีย มองหุ้นไทยฟื้นตัว ขึ้นทดสอบ 1,430 จุด

 

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ในช่วงเช้าวันนี้ (25 มี.ค.) ว่า แนวโน้มตลาดวันนี้

SET Index มีโอกาสฟื้นตัวต่อ ทดสอบแนวต้าน 1,430 จุด จากแรงหนุนความคาดหวังการเจรจายุติความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน แม้ยังไม่มีความชัดเจน

 

-สัญญาณผ่อนคลายเริ่มเห็นจากการเปิดทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (ยกเว้นเรือคู่ขัดแย้ง) และเรือขนส่งของบางจากสามารถผ่านออกมาได้แล้ว

 

-ด้านราคาน้ำมัน Brent ร่วงแรงกว่า 6% หลุด US$100/บาร์เรล สะท้อนแรงกดดันด้านอุปทานที่ลดลง หากสถานการณ์คลี่คลายหรือมีการหยุดยิงชั่วคราว 1 เดือนตามข่าว จะช่วยลดความกังวลเศรษฐกิจและหนุนสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น

 

-ปัจจัยในประเทศ การส่งออก ก.พ. โต +9.9% ต่ำกว่าคาด จากฐานสูงปีก่อน และยังกระจุกในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ยานยนต์ คาดการเติบโตจะชะลอลงในช่วงถัดไป

 

-ขณะที่นโยบายปล่อยราคาน้ำมันลอยตัว หนุนดีเซลมีแนวโน้มขึ้นใกล้ 40 บาท/ลิตร กดดันเงินเฟ้อ โดยคาด Headline CPI อาจเร่งขึ้นสู่ 3–4% ในเดือน เม.ย. ซึ่งต้องติดตามท่าที กนง. และการปรับประมาณการเศรษฐกิจเพิ่มเติม

 

-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ คาดช่วยได้ในระดับ “ประคอง” มากกว่าผลักดัน โดย หุ้นเด่นเดือน มี.ค. ได้แก่ BDMS, CPALL, CPF, MTC, NSL

 

บล.พาย มองว่า วันนี้คาดหวัง SET INDEX จะฟื้นตัวต่อเนื่องในกรอบ 1400 – 1440 ตลาดเริ่มคาดหวังสถานการณ์จะผ่อนคลายมากขึ้นพร้อมกับจิตวิทยาเชิงบวกทั้งจากบาทแข็งและน้ำมันดิบที่ปรับลง ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นที่กลุ่ม Anti Oil อย่างสายการบิน (AAV BA THAI) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT) ค้าปลีก (CPALL HMPRO) 

 

-สถานการณ์เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น Bloomberg นำเสนอว่าอาจมีการเจรจาหยุดก่อสงครามกันเป็นระยะเวลา 1 เดือน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจเริ่มรับไม่ไหว เช้านี้ Brent , WTI เริ่มปรับตัวลง เงินบาทกลับมาแข็งค่า ทองคำฟื้นตัว Nikkei +2.4% เชื่อว่าแรงส่งนี้จะมาถึง SET INDEX เน้นเก็งกำไรกลุ่ม Anti Oil โรงไฟฟ้า สายการบิน ท่องเที่ยว ค้าปลีก 

 

-ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 84 จุด (-0.18%) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนเพราะนักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลางจะกดดันเงินเฟ้อ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 4.5% หลังอิหร่านระบุไม่ได้มีการเจรจากับสหรัฐฯอย่างไรก็ตามเช้านี้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลง

 

-เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีการประกาศตัวเลข PMI เบื้องต้นพบว่าค่อนข้างดีโดยทั้งภาคบริการและภาคผลิตอยู่สูงกว่าระดับ 50 และภาคผลิตมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนไม่ได้ให้น้ำหนักมากนักเพราะยังคงจับตากับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

-ท่ามกลางข่าวสารที่ค่อนข้างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาจากฝั่งตะวันออกกลาง หรือแม้กระทั่งปานีสถานเสนอเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ถึงอย่างนั้นสินทรัพย์ที่บ่งชี้ได้ดีที่สุดอาจเป็นน้ำมัน ซึ่งเช้านี้พบว่าอยู่ที่ลดลง -3.9% (WTI) อิงข้อมูลจาก Investing นับเป็นปัจจัยสะท้อนว่านักลงทุนคาดหวังสถานการณ์ผ่อนคลายลง พร้อมกับ Dow Future +0.7%

 

-เงินบาทกลับมาแข็งค่าทดสอบระดับ 32.48 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ จากก่อนหน้าที่ 33.1 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านราคาทองคำก็เริ่มกลับมาฟื้นตัว (+1.6%) โดยรวมแล้ว สะท้อนถึงการคลายกังวล 

 

-Bloomberg ได้นำเสนอว่าอาจมีการหยุดก่อสงครามกัน 1 เดือน เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ สำหรับตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ Kospi +2.4% Nikkei +2.4% เช่นเดียวกัน ก็เชื่อว่าแรงส่งนี้จะหนุนหุ้นไทยกลับมาบวกได้ต่อเนื่อง 

 

-ส่วนปัจจัยในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกไทยประจำเดือน ก.พ. พบว่าขยายตัว 10%YoY แต่หากไม่รวมสินค้าเกี่ยวข้องกับน้ำมัน ทองคำ อาวุธ จะขยายตัว 11%YoY แต่ต่ำกว่าคาดการณ์จาก Consensus ที่ 17%YoY แรงหนุนหลักยังมาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ขยายตัวตาม Technology (AI) และการกระจายความเสี่ยงใน Supply Chain ด้านสินค้าเกษตรที่ขยายตัวได้แก่ ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด มองเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นอย่าง DELTA HANA KCE ITC TU GFPT

 

-ฝั่งรัฐบาลก็เริ่มส่งสัญญาณว่าอาจค่อยๆ ปล่อยราคาน้ำมันขยับขึ้นเป็นไปตามกลไกของตลาด ส่วนหนึ่งเชื่อว่าต้องกระทำเพื่อจะช่วยบรรเทาภาระกองทุนน้ำมัน แต่หากราคาน้ำมันดิบโลกทยอยลดลงก็เชื่อว่าสถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้นรวมถึงเงินเฟ้ออาจไม่ได้น่ากังวลจนเกินไปนัก

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย