ตลท. ชี้หุ้นไทยแกร่ง ฝ่าสงคราม ดันดัชนีทะลุ 1,500 จุด รับอานิสงส์หุ้นพลังงาน–ปันผลสูง

รูป ตลท. ชี้หุ้นไทยแกร่ง ฝ่าสงคราม ดันดัชนีทะลุ 1,500 จุด รับอานิสงส์หุ้นพลังงาน–ปันผลสูง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 เม.ย. 69 14:06 น.

ตลท.มองหุ้นไทยแกร่ง ฝ่าสงคราม ดันดัชนีทะลุ 1,500 จุด หนุนโดยหุ้นพลังงาน ผลตอบแทนปีนี้บวก 15% และ Dividend Yield สูงกว่า 4% ระยะยาวยังต้องพึ่งแรงขับจากนโยบายรัฐ - ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง แม้เผชิญความตึงเครียดจากสงครามตะวันออกกลาง ดัชนีปรับตัวทะลุระดับ 1,500 จุด สะท้อนการมองข้ามปัจจัยระยะสั้นของนักลงทุน

โครงสร้างตลาดหุ้นไทยมีจุดเด่นจากสัดส่วนหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี พลังงานทดแทน ที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับภูมิภาค ส่งผลให้มีโอกาสเห็นการปรับเพิ่มของกำไรต่อหุ้น (EPS) ในระยะถัดไป

ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนบวก 15% มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 67,000 ล้านบาทต่อวัน โดยหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับทิศทางดัชนี

ตลาดหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจจากอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) มากกว่า 4% ติดอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค ประกอบกับโครงสร้างนักลงทุนที่หลากหลาย ช่วยลดความผันผวนเมื่อเทียบกับตลาดอื่น

ปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันตลาดเข้าสู่ขาขึ้นในระยะยาว คือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดทุน โดยนโยบายภาครัฐ เช่น เพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ส่งเสริมสตาร์ทอัพ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยสร้างการเติบโตของกำไรในอนาคต

รวมถึงการผลักดันกฎหมายและโครงการสำคัญ เช่น พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ จะเป็นแรงหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน แม้อาจต้องใช้เวลา แต่หากมีความชัดเจน ตลาดทุนมีโอกาสตอบรับเชิงบวกได้ล่วงหน้า

ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,448.14 จุด ลดลง 5.24% จากเดือนก่อน จากความกังวลสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่านและราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น ดัชนียังเพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี 2568 และปรับลงน้อยกว่าตลาดภูมิภาค

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดเริ่มสะท้อนความเสี่ยงด้านพลังงานไปบางส่วนแล้ว แม้ยังมีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตาม


ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันสูง เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลาง แต่มีมาตรการภาครัฐเข้ามาช่วยบรรเทา และเตรียมแถลงนโยบายเศรษฐกิจเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ด้านการซื้อขาย มูลค่าเฉลี่ยรายวันเดือนมีนาคมอยู่ที่ 75,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในเดือนนี้ แต่ยังคงซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปี

โครงสร้างนักลงทุนยังนำโดยต่างชาติที่มีสัดส่วนสูงสุดกว่า 53% รองลงมาคือรายย่อยในประเทศ สะท้อนความหลากหลายของผู้ลงทุนในตลาดหุ้นไทย

ด้านมูลค่าหุ้น Forward P/E อยู่ที่ 14.96 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียเล็กน้อย ขณะที่ Dividend Yield อยู่ที่ 4.25% สูงกว่าภูมิภาค สะท้อนความน่าสนใจด้านผลตอบแทน

ตลาด TFEX มีปริมาณซื้อขายเฉลี่ย 714,006 สัญญาต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยได้รับแรงหนุนจาก SET50 Futures และ Options และไตรมาสแรกเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบปีก่อน


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย