ข่าวหุ้นไทย27 มี.ค. 2569 12:55 น.บล.ทรีนีตี้ : PTTGC แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 38.00 บาทบล.ทรีนีตี้ : PTTGC แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 38.00 บาทTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI Integrated Advantage และ Feed Stock Flexibility หนุนกำไรทั้งธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี• ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ ราคาเป้าหมาย ที่ 38 บาท โดยเรา Re-rate PBV ขึ้นมาเป็น 0.6 เท่า จากเดิม 0.5 เท่า จากแนวโน้มของผลการดำเนินงานที่จะแข็งแกร่งในไตรมาส 1 และการที่เป็น Fully Integrated โรงกลั่น-ปิโตรเคมี รวมถึง Feedstock Flexibility ที่เหนือกว่าคู่แข่ง • ได้แรงหนุนชัดจากทั้ง 2 ธุรกิจหลัก โดยค่าการกลั่น (GRM) และทิศทางราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น จาก supply shortage • จุดแข็งของ Fully Integrated Refinery & Petrochemical และความยืดหยุ่นด้าน feedstock ทำให้บริหารต้นทุนและจัดหาวัตถุดิบได้ดีกว่ากลุ่ม pure play chemical ผลประกอบการได้แรงหนุนจากค่าการกลั่น ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด :. PTTGC มีปัจจัยขับเคลื่อนเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น ล่าสุดค่าการกลั่น (Gross Refining Margin: GRM) ในช่วงเดือนมีนาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงมาแตะระดับ 25 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นกว่า 250% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 7-8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โมเมนตัมบวกในธุรกิจปิโตรเคมีจากทิศทางราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น :. ธุรกิจปิโตรเคมีของบริษัทฯ ได้รับแรงระเบิดเชิงบวกจากราคาขายเม็ดพลาสติกต่างๆ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในเดือนมีนาคมราคาได้ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% จากระดับ 800-900 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในเดือนกุมภาพันธ์ ทะยานขึ้นสู่ระดับ 1,400-1,500 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปรากฏการณ์นี้เป็นผลสะท้อนจากภาวะอุปทานในตลาดโลกที่ตึงตัวอย่างหนัก ประกอบกับแรงหนุนเชิงโครงสร้างจากต้นทุนการผลิต (Cost-push) และปัญหาคอขวดด้านลอจิสติกส์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เอื้อให้บริษัทฯ สามารถขยายส่วนต่างราคา (Spread) และรักษา มาร์จิ้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์ได้อย่างแข็งแกร่ง . Fully Integrated เหนือคู่แข่งกลุ่ม Pure Play : จุดแข็งที่สร้างความแตกต่างอย่างเหนือชั้น ให้ PTTGC คือโครงสร้างธุรกิจแบบ Fully Integrated Refinery and Petrochemical ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Chain) และความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการปิโตรเคมีแบบ Pure Play การมีโรงกลั่นเป็นของตนเองทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และสร้าง Synergy ด้านต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างสูงสุด . Feedstock Flexibility : ประเด็นสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำกำไรของ PTTGC ขั้นสุด คือความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบระดับสูง (Flexible Feedstock) โรงงานของบริษัทฯ ได้รับการออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการใช้วัตถุดิบระหว่างแนฟทา (Naphtha) หรือก๊าซธรรมชาติได้ ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 38 บาท. ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ ราคาเป้าหมาย ที่ 38 บาท โดยเรา Re-rate PBV ขึ้นมาเป็น 0.6 เท่า จากเดิม 0.5 เท่า จากแนวโน้มของผลการดำเนินงานที่จะแข็งแกร่งในไตรมาส 1 และ การที่เป็น Fully Integrated โรงกลั่น-ปิโตรเคมี รวมถึง Feedstock Flexibility ที่เหนือกว่าคู่แข่ง . ความเสี่ยง : ความเสี่ยงจาก Supply ที่ล้นตลาด ในขณะที่ Demand ลดลงจากเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ : เอกรินทร์ วงษ์ศิริเลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 055680ekkarin@trinitythai.com efinAIEditing byประน้อม บาร์เคอร์
Integrated Advantage และ Feed Stock Flexibility หนุนกำไรทั้งธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี• ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ ราคาเป้าหมาย ที่ 38 บาท โดยเรา Re-rate PBV ขึ้นมาเป็น 0.6 เท่า จากเดิม 0.5 เท่า จากแนวโน้มของผลการดำเนินงานที่จะแข็งแกร่งในไตรมาส 1 และการที่เป็น Fully Integrated โรงกลั่น-ปิโตรเคมี รวมถึง Feedstock Flexibility ที่เหนือกว่าคู่แข่ง • ได้แรงหนุนชัดจากทั้ง 2 ธุรกิจหลัก โดยค่าการกลั่น (GRM) และทิศทางราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น จาก supply shortage • จุดแข็งของ Fully Integrated Refinery & Petrochemical และความยืดหยุ่นด้าน feedstock ทำให้บริหารต้นทุนและจัดหาวัตถุดิบได้ดีกว่ากลุ่ม pure play chemical ผลประกอบการได้แรงหนุนจากค่าการกลั่น ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด :. PTTGC มีปัจจัยขับเคลื่อนเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น ล่าสุดค่าการกลั่น (Gross Refining Margin: GRM) ในช่วงเดือนมีนาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงมาแตะระดับ 25 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นกว่า 250% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 7-8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โมเมนตัมบวกในธุรกิจปิโตรเคมีจากทิศทางราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น :. ธุรกิจปิโตรเคมีของบริษัทฯ ได้รับแรงระเบิดเชิงบวกจากราคาขายเม็ดพลาสติกต่างๆ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในเดือนมีนาคมราคาได้ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% จากระดับ 800-900 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในเดือนกุมภาพันธ์ ทะยานขึ้นสู่ระดับ 1,400-1,500 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปรากฏการณ์นี้เป็นผลสะท้อนจากภาวะอุปทานในตลาดโลกที่ตึงตัวอย่างหนัก ประกอบกับแรงหนุนเชิงโครงสร้างจากต้นทุนการผลิต (Cost-push) และปัญหาคอขวดด้านลอจิสติกส์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เอื้อให้บริษัทฯ สามารถขยายส่วนต่างราคา (Spread) และรักษา มาร์จิ้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์ได้อย่างแข็งแกร่ง . Fully Integrated เหนือคู่แข่งกลุ่ม Pure Play : จุดแข็งที่สร้างความแตกต่างอย่างเหนือชั้น ให้ PTTGC คือโครงสร้างธุรกิจแบบ Fully Integrated Refinery and Petrochemical ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Chain) และความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการปิโตรเคมีแบบ Pure Play การมีโรงกลั่นเป็นของตนเองทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และสร้าง Synergy ด้านต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างสูงสุด . Feedstock Flexibility : ประเด็นสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำกำไรของ PTTGC ขั้นสุด คือความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบระดับสูง (Flexible Feedstock) โรงงานของบริษัทฯ ได้รับการออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการใช้วัตถุดิบระหว่างแนฟทา (Naphtha) หรือก๊าซธรรมชาติได้ ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 38 บาท. ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ ราคาเป้าหมาย ที่ 38 บาท โดยเรา Re-rate PBV ขึ้นมาเป็น 0.6 เท่า จากเดิม 0.5 เท่า จากแนวโน้มของผลการดำเนินงานที่จะแข็งแกร่งในไตรมาส 1 และ การที่เป็น Fully Integrated โรงกลั่น-ปิโตรเคมี รวมถึง Feedstock Flexibility ที่เหนือกว่าคู่แข่ง . ความเสี่ยง : ความเสี่ยงจาก Supply ที่ล้นตลาด ในขณะที่ Demand ลดลงจากเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ : เอกรินทร์ วงษ์ศิริเลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 055680ekkarin@trinitythai.com