11 พ.ค. 2569 15:58 น.นลท.ต่างชาติจี้บจ.ญี่ปุ่นโฟกัส ROIC แทน ROE หนุนปลดล็อกศักยภาพตลาดทุนนลท.ต่างชาติจี้บจ.ญี่ปุ่นโฟกัส ROIC แทน ROE หนุนปลดล็อกศักยภาพตลาดทุนTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 พ.ค. 69 15:57 น. นักลงทุนสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับหุ้นญี่ปุ่นกำลังกดดันให้บริษัทญี่ปุ่นปรับวิธีสร้างมูลค่าในตลาดทุน โดยมองให้ไกลกว่าตัวชี้วัด ROE (อัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น) ไปสู่การประเมินโดยใช้ ROIC (อัตราส่วนผลตอบแทนต่อเงินลงทุนเพื่อการดำเนินงานของบริษัท) และการใช้ทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคาดหวังให้บริษัทญี่ปุ่นสื่อสารข้อมูลเชิงลึกกับผู้ลงทุนทั่วโลกอย่างชัดเจนและทันต่อสถานการณ์3 วิธีที่หุ้นญี่ปุ่นปลดล็อกมูลค่าเพิ่มประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านเงินทุน การเชื่อมโยงค่าตอบแทนผู้บริหารกับราคาหุ้น และการเปิดเผยข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้ลงทุนต่างชาติประเมินบริษัทได้ครบถ้วนมากขึ้น แนวทางเหล่านี้สะท้อนความต้องการให้บริษัทญี่ปุ่นสร้างมูลค่าที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการทำให้ตัวเลขบางตัวดูดีขึ้นบนกระดาษไมเคิล แอชลีย์ ชุลแมน หุ้นส่วนจาก Cerity Partners ระบุว่า "นักลงทุนต่างชาติมองข้าม ROE ไปยังตัวชี้วัดอื่น ๆ โดยต้องการหลักฐานของคุณภาพกำไร ไม่ใช่เพียงตัวเลข" คำกล่าวนี้สะท้อนการเปลี่ยนมุมมองของตลาดที่ต้องการเห็นผลลัพธ์จากการจัดสรรทุนและการดำเนินงานจริงอามิตาบห์ อาโรลการ์ ผู้ก่อตั้ง Tangency Point Capital ยังชี้ว่า "ROE สามารถเพิ่มขึ้นได้ โดยที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจที่แท้จริง" ซึ่งทำให้หลายฝ่ายเริ่มให้ความสำคัญกับ ROIC และคุณภาพกำไรมากขึ้น เพราะสะท้อนความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนได้ตรงกว่าผลกระทบต่อบริษัทญี่ปุ่นและตลาดหุ้นสำหรับบริษัทญี่ปุ่น แรงกดดันนี้หมายถึงการต้องปรับทั้งโครงสร้างทุน นโยบายตอบแทนผู้บริหาร และวิธีสื่อสารกับนักลงทุน ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวประกาศในปี 2023 ให้บริษัทที่มี P/B ต่ำกว่า 1 เดินหน้าพัฒนาวิธีปฏิบัติทางธุรกิจ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันให้เกิดการประเมินมูลค่าใหม่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่นในมุมของตลาด หุ้นญี่ปุ่นอาจได้รับการประเมินใหม่มากขึ้นหากบริษัทเริ่มแสดงให้เห็นว่าทุนถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และกำไรที่รายงานมีคุณภาพเพียงพอสำหรับการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ดัชนี Nikkei Stock Average ทำสถิติสูงสุดใหม่ ทำให้นักลงทุนทั่วโลกจับตาการเปลี่ยนแปลงด้านบรรษัทภิบาลของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดนักลงทุนใช้ ROIC และคุณภาพกำไรประเมินหุ้นญี่ปุ่นมากขึ้นแนวโน้มสำคัญคือผู้ลงทุนทั่วโลกเริ่มใช้ ROIC และ คุณภาพกำไร เป็นตัวกรองหลักในการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น แทนที่จะพึ่งพาเพียง ROE อย่างเดียว ทั้งนี้เพราะ ROIC ช่วยสะท้อนว่าบริษัทสร้างผลตอบแทนจากเงินทุนที่ใช้ไปได้ดีเพียงใด ขณะที่คุณภาพกำไรช่วยบอกความยั่งยืนของผลประกอบการมิซาโกะ เทรูอิ ซีอีโอ Alphaterra Advisory กล่าวว่า "บริษัทควรให้ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีบริบทเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับกำไร" ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนต่อผู้ลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในตลาดที่นักลงทุนต้องการข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างบริษัทและระหว่างประเทศประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปบริษัทญี่ปุ่นจะปรับการเปิดเผยข้อมูลภาษาอังกฤษให้ละเอียดและทันเวลามากขึ้นหรือไม่สัดส่วนค่าตอบแทนผู้บริหารที่เชื่อมโยงกับหุ้นจะเพิ่มขึ้นเพียงใดบริษัทจะสื่อสาร ROIC แผนจัดสรรทุน และกลยุทธ์ต่อผู้ลงทุนอย่างไรในระยะถัดไป ตลาดจะจับตาการประกาศผลกำไร การประชุมนักลงทุนสัมพันธ์ และการอัปเดตแผนจัดสรรทุนของบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าข้อเรียกร้องเรื่องบรรษัทภิบาลจะส่งผลต่อมูลค่าหุ้นมากน้อยเพียงใด efinAIแท็กที่เกี่ยวข้องหุ้นญี่ปุ่นบรรษัทภิบาลROICตลาดหลักทรัพย์โตเกียวROEReported byefin Reporter
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 พ.ค. 69 15:57 น. นักลงทุนสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับหุ้นญี่ปุ่นกำลังกดดันให้บริษัทญี่ปุ่นปรับวิธีสร้างมูลค่าในตลาดทุน โดยมองให้ไกลกว่าตัวชี้วัด ROE (อัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น) ไปสู่การประเมินโดยใช้ ROIC (อัตราส่วนผลตอบแทนต่อเงินลงทุนเพื่อการดำเนินงานของบริษัท) และการใช้ทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคาดหวังให้บริษัทญี่ปุ่นสื่อสารข้อมูลเชิงลึกกับผู้ลงทุนทั่วโลกอย่างชัดเจนและทันต่อสถานการณ์3 วิธีที่หุ้นญี่ปุ่นปลดล็อกมูลค่าเพิ่มประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านเงินทุน การเชื่อมโยงค่าตอบแทนผู้บริหารกับราคาหุ้น และการเปิดเผยข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้ลงทุนต่างชาติประเมินบริษัทได้ครบถ้วนมากขึ้น แนวทางเหล่านี้สะท้อนความต้องการให้บริษัทญี่ปุ่นสร้างมูลค่าที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการทำให้ตัวเลขบางตัวดูดีขึ้นบนกระดาษไมเคิล แอชลีย์ ชุลแมน หุ้นส่วนจาก Cerity Partners ระบุว่า "นักลงทุนต่างชาติมองข้าม ROE ไปยังตัวชี้วัดอื่น ๆ โดยต้องการหลักฐานของคุณภาพกำไร ไม่ใช่เพียงตัวเลข" คำกล่าวนี้สะท้อนการเปลี่ยนมุมมองของตลาดที่ต้องการเห็นผลลัพธ์จากการจัดสรรทุนและการดำเนินงานจริงอามิตาบห์ อาโรลการ์ ผู้ก่อตั้ง Tangency Point Capital ยังชี้ว่า "ROE สามารถเพิ่มขึ้นได้ โดยที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจที่แท้จริง" ซึ่งทำให้หลายฝ่ายเริ่มให้ความสำคัญกับ ROIC และคุณภาพกำไรมากขึ้น เพราะสะท้อนความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนได้ตรงกว่าผลกระทบต่อบริษัทญี่ปุ่นและตลาดหุ้นสำหรับบริษัทญี่ปุ่น แรงกดดันนี้หมายถึงการต้องปรับทั้งโครงสร้างทุน นโยบายตอบแทนผู้บริหาร และวิธีสื่อสารกับนักลงทุน ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวประกาศในปี 2023 ให้บริษัทที่มี P/B ต่ำกว่า 1 เดินหน้าพัฒนาวิธีปฏิบัติทางธุรกิจ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันให้เกิดการประเมินมูลค่าใหม่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่นในมุมของตลาด หุ้นญี่ปุ่นอาจได้รับการประเมินใหม่มากขึ้นหากบริษัทเริ่มแสดงให้เห็นว่าทุนถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และกำไรที่รายงานมีคุณภาพเพียงพอสำหรับการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ดัชนี Nikkei Stock Average ทำสถิติสูงสุดใหม่ ทำให้นักลงทุนทั่วโลกจับตาการเปลี่ยนแปลงด้านบรรษัทภิบาลของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดนักลงทุนใช้ ROIC และคุณภาพกำไรประเมินหุ้นญี่ปุ่นมากขึ้นแนวโน้มสำคัญคือผู้ลงทุนทั่วโลกเริ่มใช้ ROIC และ คุณภาพกำไร เป็นตัวกรองหลักในการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น แทนที่จะพึ่งพาเพียง ROE อย่างเดียว ทั้งนี้เพราะ ROIC ช่วยสะท้อนว่าบริษัทสร้างผลตอบแทนจากเงินทุนที่ใช้ไปได้ดีเพียงใด ขณะที่คุณภาพกำไรช่วยบอกความยั่งยืนของผลประกอบการมิซาโกะ เทรูอิ ซีอีโอ Alphaterra Advisory กล่าวว่า "บริษัทควรให้ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีบริบทเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับกำไร" ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนต่อผู้ลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในตลาดที่นักลงทุนต้องการข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างบริษัทและระหว่างประเทศประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปบริษัทญี่ปุ่นจะปรับการเปิดเผยข้อมูลภาษาอังกฤษให้ละเอียดและทันเวลามากขึ้นหรือไม่สัดส่วนค่าตอบแทนผู้บริหารที่เชื่อมโยงกับหุ้นจะเพิ่มขึ้นเพียงใดบริษัทจะสื่อสาร ROIC แผนจัดสรรทุน และกลยุทธ์ต่อผู้ลงทุนอย่างไรในระยะถัดไป ตลาดจะจับตาการประกาศผลกำไร การประชุมนักลงทุนสัมพันธ์ และการอัปเดตแผนจัดสรรทุนของบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าข้อเรียกร้องเรื่องบรรษัทภิบาลจะส่งผลต่อมูลค่าหุ้นมากน้อยเพียงใด
นักลงทุนสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับหุ้นญี่ปุ่นกำลังกดดันให้บริษัทญี่ปุ่นปรับวิธีสร้างมูลค่าในตลาดทุน โดยมองให้ไกลกว่าตัวชี้วัด ROE (อัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น) ไปสู่การประเมินโดยใช้ ROIC (อัตราส่วนผลตอบแทนต่อเงินลงทุนเพื่อการดำเนินงานของบริษัท) และการใช้ทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคาดหวังให้บริษัทญี่ปุ่นสื่อสารข้อมูลเชิงลึกกับผู้ลงทุนทั่วโลกอย่างชัดเจนและทันต่อสถานการณ์3 วิธีที่หุ้นญี่ปุ่นปลดล็อกมูลค่าเพิ่มประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านเงินทุน การเชื่อมโยงค่าตอบแทนผู้บริหารกับราคาหุ้น และการเปิดเผยข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้ลงทุนต่างชาติประเมินบริษัทได้ครบถ้วนมากขึ้น แนวทางเหล่านี้สะท้อนความต้องการให้บริษัทญี่ปุ่นสร้างมูลค่าที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการทำให้ตัวเลขบางตัวดูดีขึ้นบนกระดาษไมเคิล แอชลีย์ ชุลแมน หุ้นส่วนจาก Cerity Partners ระบุว่า "นักลงทุนต่างชาติมองข้าม ROE ไปยังตัวชี้วัดอื่น ๆ โดยต้องการหลักฐานของคุณภาพกำไร ไม่ใช่เพียงตัวเลข" คำกล่าวนี้สะท้อนการเปลี่ยนมุมมองของตลาดที่ต้องการเห็นผลลัพธ์จากการจัดสรรทุนและการดำเนินงานจริงอามิตาบห์ อาโรลการ์ ผู้ก่อตั้ง Tangency Point Capital ยังชี้ว่า "ROE สามารถเพิ่มขึ้นได้ โดยที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจที่แท้จริง" ซึ่งทำให้หลายฝ่ายเริ่มให้ความสำคัญกับ ROIC และคุณภาพกำไรมากขึ้น เพราะสะท้อนความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนได้ตรงกว่าผลกระทบต่อบริษัทญี่ปุ่นและตลาดหุ้นสำหรับบริษัทญี่ปุ่น แรงกดดันนี้หมายถึงการต้องปรับทั้งโครงสร้างทุน นโยบายตอบแทนผู้บริหาร และวิธีสื่อสารกับนักลงทุน ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวประกาศในปี 2023 ให้บริษัทที่มี P/B ต่ำกว่า 1 เดินหน้าพัฒนาวิธีปฏิบัติทางธุรกิจ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันให้เกิดการประเมินมูลค่าใหม่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่นในมุมของตลาด หุ้นญี่ปุ่นอาจได้รับการประเมินใหม่มากขึ้นหากบริษัทเริ่มแสดงให้เห็นว่าทุนถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และกำไรที่รายงานมีคุณภาพเพียงพอสำหรับการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ดัชนี Nikkei Stock Average ทำสถิติสูงสุดใหม่ ทำให้นักลงทุนทั่วโลกจับตาการเปลี่ยนแปลงด้านบรรษัทภิบาลของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดนักลงทุนใช้ ROIC และคุณภาพกำไรประเมินหุ้นญี่ปุ่นมากขึ้นแนวโน้มสำคัญคือผู้ลงทุนทั่วโลกเริ่มใช้ ROIC และ คุณภาพกำไร เป็นตัวกรองหลักในการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น แทนที่จะพึ่งพาเพียง ROE อย่างเดียว ทั้งนี้เพราะ ROIC ช่วยสะท้อนว่าบริษัทสร้างผลตอบแทนจากเงินทุนที่ใช้ไปได้ดีเพียงใด ขณะที่คุณภาพกำไรช่วยบอกความยั่งยืนของผลประกอบการมิซาโกะ เทรูอิ ซีอีโอ Alphaterra Advisory กล่าวว่า "บริษัทควรให้ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีบริบทเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับกำไร" ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนต่อผู้ลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในตลาดที่นักลงทุนต้องการข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างบริษัทและระหว่างประเทศประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปบริษัทญี่ปุ่นจะปรับการเปิดเผยข้อมูลภาษาอังกฤษให้ละเอียดและทันเวลามากขึ้นหรือไม่สัดส่วนค่าตอบแทนผู้บริหารที่เชื่อมโยงกับหุ้นจะเพิ่มขึ้นเพียงใดบริษัทจะสื่อสาร ROIC แผนจัดสรรทุน และกลยุทธ์ต่อผู้ลงทุนอย่างไรในระยะถัดไป ตลาดจะจับตาการประกาศผลกำไร การประชุมนักลงทุนสัมพันธ์ และการอัปเดตแผนจัดสรรทุนของบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าข้อเรียกร้องเรื่องบรรษัทภิบาลจะส่งผลต่อมูลค่าหุ้นมากน้อยเพียงใด