LPN กางแผนปี 69 ยอดขาย 8 พันลบ. เปิด 3 โครงการใหม่ เปิดโมเดลสร้างรายได้ประจำ - บริหารต้นทุน

รูป LPN กางแผนปี 69 ยอดขาย 8 พันลบ. เปิด 3 โครงการใหม่ เปิดโมเดลสร้างรายได้ประจำ - บริหารต้นทุน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 มี.ค. 69 15:52 น.

 

LPN กางแผนธุรกิจปี 69 วางเป้ายอดขาย 8,000 ล้านบาท และรายได้รวม 7,600 ล้านบาท เปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท วางกลยุทธ์ ผ่าน 3 แกนหลัก เพิ่มรายได้ประจำ ลดต้นทุน บริหารกระแสเงินสด รับมือปัจจัยท้าทายภาคอสังหาฯ

 

นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ไม่ใช่ปีแห่งการเร่งเติบโต แต่เป็นปีของการสร้างรากฐานขององค์กรให้แข็งแกร่งที่สุด LPN จึงเลือกเพิ่มโมเดลธุรกิจที่นอกเหนือจากการขาย ไปสู่การสร้างรายได้ในรูปแบบอื่นด้วย ทั้งจากการอยู่อาศัย การลงทุน และการบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทุกมิติของการอยู่อาศัย

 

เป้าหมายธุรกิจ ปี 2569

- วางเป้าหมายยอดขาย (Presale) ที่ 8,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 10% จากปี 2568 ที่ทำได้ 7,200 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมมูลค่า 5,500 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวมูลค่า 1,700 ล้านบาท

 

- วางเป้าหมายรายได้รวม ที่ 7,600 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 13% จากปี 2568 มีรายได้รวม 6,730 ล้านบาท

 

- มีโครงการสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบ จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3,700 ล้านบาท ได้แก่ 1) เอิร์น บาย แอล.พี.เอ็น. คอนโดมิเนียมใจกลางนิคมอมตะซิตี้ 2) บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ประชาอุทิศ 90 ทาวน์โฮมหน้ากว้าง ซีรีส์ใหม่ ฟังก์ชันแบบบ้านเดี่ยว และ 3) บ้านลุมพินี แก้วอินทร์ บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น ใกล้มอเตอร์เวย์ M81

 

- มียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 1,620 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 – 2570

 

แนวทางในการดำเนินธุรกิจ ปี 2569

- ถือเป็นปีแห่งการรักษาเสถียรภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันขององค์กรและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้กลยุทธ์ “Rebuild - ฆtrengthening The Core” ประกอบด้วย 3 แกนหลัก ได้แก่

 

1. Strengthen Product Core หรือการสร้างความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการ

• มีแผนเปิดโครงการใหม่ จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท ประกอบด้วย

 

1) โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม BAAN 365 เจษฎาราชพฤกษ์ มูลค่าโครงการกว่า 1,350 ล้านบาท

 

2) โครงการคอนโดมิเนียม Low Rise บนทำเลถนนเพชรเกษม มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 2/2569

 

3) โครงการคอนโดมิเนียม High Rise พัฒนาภายใต้แนวคิด “Well-being” บนทำเลย่านรามอินทรา มูลค่าโครงการกว่า 1,750 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 3/2569

 

- ยังมีแผนการขยายเฟส 2 ของโครงการ วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา ในช่วง Q3/2569 หลังจาก Sold out ในเฟสแรกแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

 

• การพัฒนางานออกแบบโครงการใหม่ ปีนี้จะเน้นการออกแบบที่ปรับให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ยกำหนดฟังก์ชันให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป้าหมายในแต่ละทำเล

 

- เริ่มเห็นการออกแบบของ LPN ที่ต่างไปจากเดิมได้จากโครงการที่มีกำหนดส่งมอบภายในปี 2569 จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ เพลส 168 ปิ่นเกล้า เริ่มทยอยให้ลูกค้าเข้าตรวจรับมอบห้องแล้ว Q1/2569 และโครงการ เพลส 168 วุฒากาศ กำหนดสร้างเสร็จ Q4/2569 โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมใหม่ BAAN 365 เจษฎาราชพฤกษ์ กำหนดส่งมอบ Q3/2569

 

2. Strengthen Business Core หรือการเสริมพลังแกนหลักทางธุรกิจผ่านการดำเนินงานเชิงรุกในหลายมิติ

• การยกระดับ Brand Experience เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าตั้งแต่การสื่อสาร จนถึงการส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพควบคู่กับความเชี่ยวชาญในระบบบริหารจัดการโครงการครอบคลุมครบทุกด้าน จากบริษัทในเครือ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ซึ่งต่อยอดเป็นรายได้ประจำของกลุ่มธุรกิจสะท้อนถึงการปรับตัวเชิงรุกขององค์กร

 

• การเพิ่มมูลค่าแก่ทรัพย์สินเดิมมาพัฒนาเพื่อให้เกิดรายได้ และการบริหารจัดการตลาดเช่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางการที่สามารถสร้างโอกาสการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน LPN มีพอร์ตสำหรับปล่อยเช่ามากกว่า 2,000 ยูนิต อัตราการเช่า (Occupancy Rate) สูงเกือบ 100%

 

• การขยายฐานลูกค้า และเร่งระบายสินค้าคงเหลือผ่านช่องทางการขายที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ตัวแทนขาย หรือการขายผ่านระบบ Investor Program ซึ่งเป็นการนำเสนอขายห้องชุดพร้อมผู้เช่า พร้อมให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนทันทีตั้งแต่วันโอนซึ่งตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้ลงทุนและผู้ที่มองหาการเช่าที่อยู่อาศัย

 

• บูรณาการบริษัทในเครือทั้งหมดให้ทำงานสอดประสานกัน พร้อมนำระบบ AI - Driven Process เข้ามาเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และยกระดับมาตรฐานการทำงานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

 

3. Strengthen Financial Core หรือการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและการบริหารจัดการทางการเงิน ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การควบคุมต้นทุน และการวางโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแรง เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

• การบริหารแหล่งเงินทุนและกระแสเงินสด ควบคู่กับการลดภาระหนี้ ตั้งแต่ปี 2566 บริษัทมีภาระหนี้เงินกู้อยู่ที่ 12,750 ล้านบาท และลดลงต่อเนื่องจนปี 2568 อยู่ที่ 9,900 ล้านบา ปัจจุบัน มี D/E ที่มีดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 0.86 เท่า และปี 2569 ตั้งเป้าหมายการลดภาระหนี้ให้ต่ำกว่า 9,000 ล้านบาท และรักษาระดับ IBD/E ให้ได้ต่ำกว่า 0.80 เพื่อบริหารสภาพคล่อง สามารถรองรับความเสี่ยง และยังมีศักยภาพในการขยายธุรกิจ

 

• ในเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา บริษัทจ่ายคืนหุ้นกู้ครบกำหนดเต็มจำนวนไปแล้ว 682 ล้านบาท และมีแผนจะออกหุ้นกู้ชุดใหม่ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 และพร้อมชำระคืนหุ้นกู้ครบกำหนดอีกครั้ง
ในปี 2570

 

• ขยายการร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการต่างๆ โดยที่ผ่านมา ได้พัฒนาโครงการอาคารสำนักงาน PUNN Smart Workplace โดยบริษัท ดลศิริ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง LPN และ Nye Estate การออกแบบภายใต้มาตรฐาน “LEED Certification” ระดับ “GOLD” จนล่าสุดได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในสาขา Energy Efficient Building หรืออาคารอนุรักษ์พลังงาน (ประเภทอาคารใหม่)

 

"ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 จะยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ LPN เชื่อมั่นว่าการปรับกลยุทธ์สู่การเพิ่มรายได้ประจำ การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาวินัยทางการเงินจะช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ในระยะยาว "

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย