“เงินให้ใจ” สินเชื่อรถแลกเงินในเครือ KBANK ประกาศแผนปี 2569 เปิดสาขา 20 สาขา นำร่อง 2 สาขาแรก “บางบัวทองและลาดกระบัง” ปักธงครบ 250 สาขาทั่วประเทศภายในปี 2571 ภายใต้แนวคิด “ป่าล้อมเมือง” มุ่งสร้างการเติบโตเชิงคุณภาพ เข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อยและลูกค้าชุมชน นางชลารัตน์ พินิจเบญจพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เงินให้ใจ จำกัด บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ประกาศแผนกลยุทธธุรกิจปี 2569 เน้นการเปิดสาขา ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยยกระดับบทบาทของแบรนด์จากผู้ให้บริการทางการเงิน ไปสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าอย่างใกล้ชิด - เปิดสาขานำร่องจำนวน 2 สาขา ภายในไตรมาสที่ 1 คือ สาขาบางบัวทอง (ซอยวัดลาดปลาดุก) และสาขาไอเพลส ลาดกระบัง - วางแผนขยายเพิ่มเติมอีก 18 สาขาในไตรมาสที่ 2-4 ครอบคลุมเมืองหลักในแต่ละภูมิภาค รวมเป็น 20 สาขาภายในปี 2569 - ตั้งเป้าขยายสาขาแบบเต็มรูปแบบทั่วประเทศ รวม 250 สาขาภายในปี 2571 - รูปแบบการขยายสาขาจะมีความยืดหยุ่นครอบคลุม 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ สาขาสแตนด์อโลน สาขาในปั๊มน้ำมัน สาขาที่ร่วมกับพันธมิตร และสาขาในห้างสรรพสินค้า เพื่อให้สอดรับกับศักยภาพของทำเลและพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ - แผนการขยายสาขาเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงและการเติบโตในระยะยาวใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. การเพิ่มการมองเห็นแบรนด์ในพื้นที่ (Local Visibility) จากเดิมที่การรับรู้แบรนด์จะอยู่บนช่องทางออนไลน์เป็นหลัก การมีสาขาจะช่วยสร้างการรับรู้และเพิ่มความเชื่อมั่นในระดับชุมชน 2. การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด (Hyperlocal Targeting) ผ่านการเลือกทำเลในย่านชุมชน แหล่งธุรกิจท้องถิ่น และพื้นที่ที่มีศักยภาพความต้องการสินเชื่อ พร้อมการสื่อสารที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ 3. การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ด้วยการให้คำปรึกษาและบริการแบบใกล้ชิด สะดวกและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น พอร์ตสินเชื่อปัจจุบัน - “เงินให้ใจ” มีพอร์ตสินเชื่อรวมกว่า 22,700 ล้านบาท (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2568) - ยอดสินเชื่อใหม่ส่วนใหญ่มาจากช่องทางของ KBANK - การขยายสาขาจึงเป็นการเพิ่มช่องทางการรับรู้แบรนด์และขยายฐานลูกค้าใหม่ในวงกว้าง ภายใต้มาตรฐานการกำกับดูแลความเสี่ยงที่ชัดเจน หมายเหตุ กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ 12.82% - 24.00% สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62% |