ASW เผย Q1/69 มีกำไร 229 ลบ. เพิ่มขึ้น 13.96%YoY พร้อมลุยโอน 4 โครงการใหม่ Q2/69 หนุนรายได้ตามเป้า

รูป ASW เผย Q1/69 มีกำไร 229 ลบ. เพิ่มขึ้น 13.96%YoY พร้อมลุยโอน 4 โครงการใหม่ Q2/69 หนุนรายได้ตามเป้า

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 69 11:07 น.

ASW โชว์กำไรไตรมาส 1/69 ที่ 229.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.96%YoY และ มีรายได้รวม 2,162 ล้านบาท ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น 41%รับแรงหนุนจากยอดโอนคอนโด-โครงการภูเก็ตช่วงไฮซีซั่น เดินหน้าต่อไตรมาส 2 เปิดโครงการใหม่ภูเก็ตตามแผน เตรียมโอน 4 โครงการสร้างเสร็จใหม่ มูลค่ารวม 13,360 ล้านบาท พร้อมโชว์แบ็กล็อกสะสม 38,010 ล้านบาท หนุนรับรู้รายได้ยาวถึงปี 71 

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1/69 กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 229.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.12 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 13.96% จากจํานวน 201.43 ล้านบาทในไตรมาส 1/68 โดยอัตรากําไรสุทธิของไตรมาส 1/69 และ ของไตรมาส 1/68 คิดเป็น 10.62% และ 11.17% ตามลําดับ อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทยังคงให้ความสําคัญกับการสรรหาที่ดินในทําเลที่มีศักยภาพ การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ในขณะที่รายได้รวม 2,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเริ่มโอนโครงการสร้างเสร็จใหม่ ทั้ง “โมดิซ อาวองการ์ด” (Modiz Avantgarde) มูลค่า 1,800 ล้านบาท “เคฟ ลูมินัส บางมด” (Kave Luminous Bangmod) มูลค่า 1,200 ล้านบาท และ โครงการ Leisure Residence ที่พัฒนาโดย บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทย่อยในเครือ คือ เดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang) มูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งสร้างเสร็จเร็วกว่าแผนทำให้สามารถเริ่มส่งมอบได้ตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก รวมถึงโครงการที่ยังมียอดโอนโดดเด่นต่อเนื่องอย่าง เดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา (THE TITLE Legendary Bang-Tao) และ เคฟ วันเดอร์แลนด์ (KAVE Wonderland)

ขณะเดียวกัน บริษัทยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ ASW มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูงถึง 41% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรม


“ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกนี้ถือเป็นการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่ง ตอกย้ำก้าวย่างที่มั่นคงของ ASW ตลอดระยะเวลา 5 ปีใน SET โดยยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ดีทั้งในด้านรายได้ ผลกำไร และ ยอดขายที่ทำได้ 6,854 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 37% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 18,500 ล้านบาท ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ความสำเร็จนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้า โดยเฉพาะใน Strategic Location อย่างภูเก็ต ซึ่งเป็นตลาดที่มีดีมานด์และศักยภาพสูง ทำให้ไฮซีซั่นที่ผ่านมา เราสามารถปิดการขายได้เพิ่มขึ้น 21%YoY ผ่านเครือข่ายตัวแทนขายที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งมอบโครงการคุณภาพได้ตามแผนงาน ซึ่งถือเป็น Key Success ที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า” 

สำหรับการดำเนินงานในไตรมาส 2/69 บริษัทมีโครงการสร้างเสร็จใหม่ที่เตรียมโอนเพิ่ม 4 โครงการ มูลค่ารวมถึง 13,360 ล้านบาท ได้แก่ 1.โมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม (Modiz Vault Kaset-Sripatum) คอนโดมิเนียมใกล้ ม.เกษตรศาสตร์ และ ม.ศรีปทุม 2.เคฟ เจเนซิส นครปฐม (Kave Genesis Nakhon Pathom) แคมปัสคอนโด ใกล้ ม.ศิลปากร และกลุ่ม Leisure Residence จำนวน 2 โครงการใหญ่ คือ 3.เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา (THE TITLE Heritage Bang-Tao) และ 4.เดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang) ขณะที่ภาพรวมบริษัทยังมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 1/69 มูลค่าทั้งสิ้น 38,010 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยโอนรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571


ทั้งนี้ ASW ยังเดินหน้าธุรกิจตามแผน “EMPOWERING THE FUTURE” เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยในไตรมาสแรกบริษัทเปิดโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล รวมถึงภูเก็ตไปแล้ว 3 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 4,855 ล้านบาท และ ล่าสุด เมื่อช่วง เม.ย. ที่ผ่านมา บริษัทได้ต่อยอดความสำเร็จบนทำเลหาดกมลา ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่ “เดอะไทเทิล วิวาน่า กมลา” (THE TITLE Vivana Kamala) มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท Leisure Condominium สุดหรูสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน บนทำเลติด Mingle Crystal Lake และ ใกล้หาดกมลา เพียง 2 นาที และ บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงิน และ การบริหารจัดการสต๊อก (Inventory) ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันผลงานภาพรวมให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

“การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค คือ หัวใจสำคัญที่สุด ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน จึงมองว่ามาตรการรัฐทั้งการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.00% และ การขยายเวลา LTV ออกไปอีก 1 ปีจนถึง มิ.ย. 70 เป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดภาระ และ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคที่มีความพร้อมสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น สำหรับ ASW ยังคงยึดหลักดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสภาวะตลาดอยู่เสมอ ปีนี้ยังมีตลาดภูเก็ตเป็น Growth Engine หลักที่ช่วยขับเคลื่อนทั้งยอดขาย และรายได้ รวมถึง Backlog และ โครงการส่งมอบใหม่ตลอดทั้งปีมูลค่ารวมกว่า 26,760 ล้านบาท ซึ่งสูงเป็นระดับ All-Time High ทำให้เชื่อมั่นว่า ASW จะสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้และยอดขายที่ตั้งไว้ ควบคู่กับการสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน”
 


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย