SNPS โชว์ฟอร์มสวย รายได้ปี 68 ทะยานสู่ 571 ลบ. กำไรพุ่ง 43% ปันผล 0.19 บ./หุ้น มุ่งสู่โมเดลธุรกิจครบวงจรมูลค่าสูง ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก พร้อมยกระดับสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

รูป SNPS โชว์ฟอร์มสวย รายได้ปี 68 ทะยานสู่ 571 ลบ. กำไรพุ่ง 43%  ปันผล 0.19 บ./หุ้น มุ่งสู่โมเดลธุรกิจครบวงจรมูลค่าสูง ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก พร้อมยกระดับสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ก.พ. 69 17:02 น.

SNPS โชว์ฟอร์มสวย รายได้ปี 68 ทะยานสู่ 571 ลบ. กำไรพุ่ง 43% ปันผล 0.19 บ./หุ้น มุ่งสู่โมเดลธุรกิจครบวงจรมูลค่าสูง ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก พร้อมยกระดับสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล


บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS เผยผลการดำเนินงานปี 2568 ฟอร์มดีไม่มีตก ปั๊มรายได้รวม 571.70 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 20.44% กำไรสุทธิ 109.82 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 43.91% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปิดงบปี 2568 ได้อย่างสวยงาม ประสบความสำเร็จในการสร้างผลการดำเนินงานที่โดดเด่น พร้อมลุยธุรกิจในปี 2569 ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านเพื่อการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เร่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “SNPS เรามุ่งมั่นสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ของสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล เพื่อดูแลสุขภาพของมนุษย์และโลกอย่างยั่งยืน” ด้านบอร์ดฯ ไฟเขียวตอบแทนผู้ถือหุ้น เคาะปันผล 0.19 บ./หุ้น กำหนดจ่าย 15 พฤษภาคมนี้


ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS ผู้ผลิตและจำหน่ายสารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน รับจ้างพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ความงาม และสุขอนามัยภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (Original Design Manufacturer) และภายใต้ตราสินค้าของกลุ่มบริษัทฯ (Original Brand Manufacturer) เปิดเผยผลการดำเนินงานของ SNPS ในงวดปี 2568 กลุ่มบริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 571.70 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความสำเร็จของการดำเนินกลยุทธ์การเติบโตเชิงคุณภาพ โดยรายได้หลักยังคงมาจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน (API) ซึ่งขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง จากความต้องการของลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม รวมถึงรายได้จากการรับจ้างพัฒนาและผลิตภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (ODM) ซึ่งยังคงเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงและสนับสนุนกระแสเงินสดของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รายได้จากผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของกลุ่มบริษัท (OBM) เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในเชิงกลยุทธ์ จากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในระหว่างปี


และมีกำไรสุทธิ 109.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเติบโตของกำไรสุทธิอยู่ในอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย และการใช้ประโยชน์จากขนาดการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น (operating leverage) ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นและสะท้อนคุณภาพของผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2568 ที่มีความแข็งแกร่งได้อย่างชัดเจน


ขณะที่ผลการดำเนินงาน ไตรมาส 4/2568 SNPS สามารถสร้างการเติบโตของรายได้และโครงสร้างธุรกิจ มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจครบวงจรมูลค่าสูง (Integrated Business Model) อย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มบริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการจำนวน 155.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้ 122.84 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 33.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวด เดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีกำไรสุทธิ 24.70 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิดังกล่าวเป็นผลจากการเติบโตของรายได้ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย ส่งผลให้ อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น และสะท้อนถึงคุณภาพของผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี


ก้าวต่อไปของ SNPS มุ่งเดินหน้าธุรกิจเน้นการเติบโตที่มีคุณภาพ โดยยึดหลัก 3 เสาหลักเชิงกลยุทธ์ ได้แก่ 1.Product Innovation : การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม อาทิ Value-Added API และสูตรเฉพาะ เพื่อรองรับความต้องการเชิงพาณิชย์และการใช้งานเชิงวิชาการที่หลากหลาย 2.Supply Chain Digitization : การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุนต่อหน่วย และเสริมความยืดหยุ่นในการจัดหาและการผลิต และ 3.Precision Marketing & Channel Expansion : การขยายช่องทางจัดจำหน่ายเชิงกลยุทธ์ และการใช้ข้อมูลลูกค้าในการออกแบบกิจกรรมทางการตลาด ที่มุ่งเน้นผลตอบแทนสูงและการเติบโตอย่างยั่งยืน


“โดยกลยุทธ์ดังกล่าวจะสนับสนุนให้กลุ่มบริษัท สามารถรักษาอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการค่อยๆ ยกระดับอัตรากำไรให้มีเสถียรภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกันฝ่ายบริหารให้ความสำคัญกับการแปลงยอดขายเป็นกระแสเงินสด การบริหารสินค้าคงคลัง และการจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสภาพคล่องและความพร้อมในการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะถัดไป ควบคู่กับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยมองว่าการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโตและการบริหารความเสี่ยงในระยะยาวขององค์กร พร้อมตั้งเป้าหมายการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ในปี 2569” ดร.ธีรญา กล่าวทิ้งท้าย


ด้านที่ประชุมบอร์ดมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด 0.19 บาทต่อหุ้น โดยเป็นการจ่ายจากกำไรสุทธิและกำไรสะสมภายใต้ส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569