GLOBAL เผยกำไรปี 68 ที่ 1,964 ลบ. ลดลง 17% เหตุกำลังซื้ออ่อนแอ พร้อมปันผลเป็นหุ้น-เงินสด

รูป GLOBAL เผยกำไรปี 68 ที่ 1,964 ลบ. ลดลง 17% เหตุกำลังซื้ออ่อนแอ พร้อมปันผลเป็นหุ้น-เงินสด

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ก.พ. 69 9:35: น.

 

GLOBAL เผยกำไรปี 2568 อยู่ที่ 1,963.94 ล้านบาท ลดลง 17.37% จากกำลังซื้ออ่อนแอ-หนี้ครัวเรือนกดดันการบริโภค ประกาศจ่ายปันผลทั้งหุ้น-เงินสด พร้อมประกาศ 5 กลยุทธ์ดำเนินธุรกิจในอนาคต

 

บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีกำไร 1,963.94 ล้านบาท ลดลง 17.37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2,377 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของยอดขายตามภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน และภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอ แม้ว่าบริษัทจะใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขาย

 

 

ส่วนรายได้รวมในปี 2568 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 31,601 ล้านบาท ลดลง 2.21% เป็นผลจากการลดลงของยอดขายสาขาเดิม แม้ว่าจะเปิดสาขาใหม่เพิ่ม ส่วนรายได้อื่นเท่ากับ 799 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.50% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เงินสนับสนุนจากคู่ค้า รวมถึงรายได้ค่าขนส่งและค่าบริการ

 

สำหรับการขยายสาขา บริษัทมีเป้าหมายการขยายสาขาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าและรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดยปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดสาขาใหม่ในประเทศ 6 แห่ง คือ สาขาธนราธิวาส สาขาบ้านดุง จ.อุดรธานี สาขาแม่สอด จ.ตาก สาขาเวียงสา จ.น่าน สาขาสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ และสาขาลาดยาว จ.นครสวรรค์ ส่งผลให้บริษัทมีสาขาที่เปิดำเนินการแล้วในประเทศ 96 สาขา ขณะที่สาขาของบริษัทย่อยในกัมพูชาอีก 2 สาขา

 

ด้านการปรับปรุงสาขา นอกจาการขยายสาขาแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการปรับปรุงร้านสาขาเดิม เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย เพิ่มความสะดวก และยกระดับประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด โดยปีที่ผ่านมา บริษัทปรับปรุงร้านสาขาเดิมเพิ่ม 7 แห่ง โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงร้านสาขาเดิมแล้วรวม 45 แห่ง

 

สำหรับแนวโน้มการดำเนินการในอนาคต บริษัทประเมินว่า ธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ ภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี กระแสด้านความยั่งยืน ซึ่งส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการดำเนินงานและการเติบโตของบริษัทในระยะยาว

 

ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองกับการเติบโตของบริษัท จะดำเนินงานด้วยกลยุทธ์ 5 ประการ คือ

 

1.Customer Centric หรือด้านการเติบโต มุ่งเน้นการขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั่วประเทศ ทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และยกระดับโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า สร้าความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

 

2.ด้านการเป็นผู้นำ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ ด้วยการนำระบบและข้อมูลมาบริหารจัดการ

 

3.การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี มุ่งพัฒนาระบบงานต่างๆ เพื่อลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการดำเนินงาน เช่น การพัฒนาระบบตรวจนับสต๊อก  และการบริหารข้อมูล เพื่อสนับสนุนการขายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เป็นต้น

 

4.การค้าปลีกเชิงประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการเพิ่มผลตอบแทนต่อสาขา การบริหารสินค้าและสต๊อกให้สอดคล้องกับความต้องการแต่ละพื้นที่ ควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ให้เหมาะสมกับระดับยอดขาย

 

5.พัฒนาด้านความยั่งยืน ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล หรือ ESG ทำให้การดำเนินงานด้านความยั่งยืนและการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ ที่ประชุม ผู้ถือหุ้น มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นปันผลและเงินสด โดย อัตราการจ่ายหุ้นปันผลอยู่ที่ 27:1 และอัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสดอยู่ที่ 0.1841152263 บาทต่อหุ้น



 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย