21 เม.ย. 2569 13:08 น.บล.เอเซียพลัส : TTB แนะนำ Trading ให้ FV ที่ 2.42 บาทบล.เอเซียพลัส : TTB แนะนำ Trading ให้ FV ที่ 2.42 บาทTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI ประคองตัวกลางมรสุม Flash Points . กำไรสุทธิ 1Q69 ใกล้เคียงฝ่ายวิจัยและตลาดคาด ที่ 5.2 พันล้านบาท ทรงตัว QoQ และ YoY จาก Trading income (FVTPL หลักๆ จาก VAYU1) และ Tax shield. แม้ EPS ขยายตัว 20% YoY แต่เป็นเพราะการซื้อหุ้นคืน. ในเชิงการดำเนินงานสินเชื่อชะลอตัว ตามนโยบายสินเชื่อเข้มงวดและ NII หดตัว ตามวงจรดอกเบี้ย. ด้าน Credit cost อยู่ที่ 1.3% (4Q68 ที่ 1.2%) ตามการใส่สำรองล่วงหน้า (MO) เพื่อรองรับความเสี่ยงจาก Cost push inflation. คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ควบคุมได้ โดย NPL / Loan แม้เพิ่มตามคาดมาที่ 3.3% จาก 3.2% ณ สิ้นงวดก่อน แต่เป็นเพราะสินเชื่ออ่อนตัว ในเชิงมูลหนี้ NPL ลดลง. ขณะที่ Coverage ratio ขยับขึ้นเป็น 154% (4Q68 ที่ 152%) ตาม MO ข้างต้น ช่วยจำกัด Downside ต่อ Credit cost . TTB จะจัดประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 22 เม.ย. 69 Impact Insight : . กำไรสุทธิ 1Q69 คิดเป็นสัดส่วน 25% - 26% ของประมาณการกำไรฯ ทั้งปีฝ่ายวิจัย (2.1 หมื่นล้านบาท ทรงตัว YoY) และ BB Consensus. ภายใต้ประมาณการปัจจุบัน กำไรฯ ช่วงที่เหลือของปี จะอยู่ที่ราว 5.2 พันล้านบาท ต่อไตรมาส ทรงตัว YoY หนุนจาก Tax shield และงบดุลที่อยู่ในการบริหารจัดการ หลังสินเชื่อช่วงที่ผ่านมาชะลอตัว ทำให้ Credit risk ของพอร์ตไม่สูง. กล่าวโดยสรุปมองเป็นกลาง แม้ Downside ต่อประมาณการจำกัด แต่การถูกปรับเพิ่มประมาณการจากตลาดยังเป็นไปได้ยาก Execution : . GGM (ROE ที่ 8.5%) ได้ PBV ที่ 1 เท่า ให้ FV ที่ 2.42 บาท (เทียบเท่า PER ที่ 11 เท่า) มี Upside และ Catalyst ระยะสั้นจำกัด . จึงแนะนำเพียง Trading โดยมอง Timing ที่เหมาะสมคือหลังราคาปรับฐานหลัง XD (27 เม.ย. ที่ 0.068 บาท) เพื่อรับแนวโน้มการฟื้นตัวของราคาหุ้นเมื่อถึงฤดูปันผลระหว่างกาล ซึ่งให้ Div Yield งวด 1H สูงกว่า ร.พ. ใหญ่ อื่น Technical Chart แนวโน้มของราคา : Sideways Up แนวรับ : 2.12 บาท แนวต้าน : 2.40 / 2.52 บาท จัดทำโดย : ภาสกร หวังวิวัฒนเจริญ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ เลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 093372 efinAIReported byประน้อม บาร์เคอร์เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย
ประคองตัวกลางมรสุม Flash Points . กำไรสุทธิ 1Q69 ใกล้เคียงฝ่ายวิจัยและตลาดคาด ที่ 5.2 พันล้านบาท ทรงตัว QoQ และ YoY จาก Trading income (FVTPL หลักๆ จาก VAYU1) และ Tax shield. แม้ EPS ขยายตัว 20% YoY แต่เป็นเพราะการซื้อหุ้นคืน. ในเชิงการดำเนินงานสินเชื่อชะลอตัว ตามนโยบายสินเชื่อเข้มงวดและ NII หดตัว ตามวงจรดอกเบี้ย. ด้าน Credit cost อยู่ที่ 1.3% (4Q68 ที่ 1.2%) ตามการใส่สำรองล่วงหน้า (MO) เพื่อรองรับความเสี่ยงจาก Cost push inflation. คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ควบคุมได้ โดย NPL / Loan แม้เพิ่มตามคาดมาที่ 3.3% จาก 3.2% ณ สิ้นงวดก่อน แต่เป็นเพราะสินเชื่ออ่อนตัว ในเชิงมูลหนี้ NPL ลดลง. ขณะที่ Coverage ratio ขยับขึ้นเป็น 154% (4Q68 ที่ 152%) ตาม MO ข้างต้น ช่วยจำกัด Downside ต่อ Credit cost . TTB จะจัดประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 22 เม.ย. 69 Impact Insight : . กำไรสุทธิ 1Q69 คิดเป็นสัดส่วน 25% - 26% ของประมาณการกำไรฯ ทั้งปีฝ่ายวิจัย (2.1 หมื่นล้านบาท ทรงตัว YoY) และ BB Consensus. ภายใต้ประมาณการปัจจุบัน กำไรฯ ช่วงที่เหลือของปี จะอยู่ที่ราว 5.2 พันล้านบาท ต่อไตรมาส ทรงตัว YoY หนุนจาก Tax shield และงบดุลที่อยู่ในการบริหารจัดการ หลังสินเชื่อช่วงที่ผ่านมาชะลอตัว ทำให้ Credit risk ของพอร์ตไม่สูง. กล่าวโดยสรุปมองเป็นกลาง แม้ Downside ต่อประมาณการจำกัด แต่การถูกปรับเพิ่มประมาณการจากตลาดยังเป็นไปได้ยาก Execution : . GGM (ROE ที่ 8.5%) ได้ PBV ที่ 1 เท่า ให้ FV ที่ 2.42 บาท (เทียบเท่า PER ที่ 11 เท่า) มี Upside และ Catalyst ระยะสั้นจำกัด . จึงแนะนำเพียง Trading โดยมอง Timing ที่เหมาะสมคือหลังราคาปรับฐานหลัง XD (27 เม.ย. ที่ 0.068 บาท) เพื่อรับแนวโน้มการฟื้นตัวของราคาหุ้นเมื่อถึงฤดูปันผลระหว่างกาล ซึ่งให้ Div Yield งวด 1H สูงกว่า ร.พ. ใหญ่ อื่น Technical Chart แนวโน้มของราคา : Sideways Up แนวรับ : 2.12 บาท แนวต้าน : 2.40 / 2.52 บาท จัดทำโดย : ภาสกร หวังวิวัฒนเจริญ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ เลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 093372