TEKA ประกาศแผนปี 69 ปักธงรายได้ 2,000 ลบ.โชว์ศักยภาพสภาพคล่องแข็งแกร่ง - Backlog แตะระดับ 3,000 ลบ. และประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 0.150 บาท

รูป TEKA ประกาศแผนปี 69 ปักธงรายได้ 2,000 ลบ.โชว์ศักยภาพสภาพคล่องแข็งแกร่ง  -  Backlog แตะระดับ 3,000 ลบ. และประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 0.150 บาท

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 ก.พ. 69 15:51 น.

TEKA ประกาศแผนปี 69 ปักธงรายได้ 2,000 ลบ. โชว์ศักยภาพสภาพคล่องแข็งแกร่ง - Backlog แตะระดับ 3,000 ลบ. และประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 0.150 บาท


บมจ. ฑีฆาก่อสร้าง (TEKA) ประกาศความแข็งแกร่งทางการเงิน และทิศทางธุรกิจปี 2569 ปักธงรายได้ 2,000 ลบ. โดยงานจากลูกค้ากลุ่ม Top Developer ให้ความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Backlog พุ่งแตะระดับ 3,000 ลบ. ณ สิ้น ธ.ค.68 ขณะที่สถานะทางการเงินไร้ภาระดอกเบี้ย ตอกย้ำภาพลักษณ์ “ผู้รับเหมาแข็งแกร่งทางการเงิน” พร้อมสร้างความเชื่อมั่นทั้งต่อลูกค้า นักลงทุน และ Supplier ที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดคว้างาน Lotus บางพลี นับเป็นการเปิดตลาดใหม่ งานห้างสรรพสินค้า พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอื่นๆ ล่าสุด ประกาศผลประกอบการในงวดไตรมาส 4/2568 มีรายได้รวม 528.84 ลบ. เพิ่มขึ้น 18.31% กำไรสุทธิ 30.27 ลบ. เพิ่มขึ้น 458.43% ด้านบอร์ดชงผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลหุ้นละ 0.150 บาท ขึ้น XD วันที่ 2 มี.ค.69 นี้ กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 20 พ.ค.69


ดร.วีระศักดิ์ วานิชวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) หรือ TEKA เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ แสดงสัญญาณฟื้นตัว และความสามารถในการทำกำไรโดดเด่น โดยมีรายได้รวม 528.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.31% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการส่งมอบงานโครงการได้ครบ 100% ตามกำหนดสัญญา 1 โครงการ ส่งผลให้สามารถรับรู้รายได้เต็มจำนวนและหนุนผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่รายได้รวมทั้งปี 2568 อยู่ที่ 1,742.72 ล้านบาท มาจากการรับรู้รายได้ของโครงการเดิมที่ใกล้ส่งมอบ และโครงการใหม่ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นฐานงานรองรับการเติบโตในระยะถัดไป


ขณะที่ ไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิ 30.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 458.43% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่าย แม้ทั้งปี 2568 กำไรสุทธิอยู่ที่ 83.82 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 25.56% แต่บริษัทยังคงรักษาระดับกำไรได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างการบริหารจัดการ และความสามารถในการรักษาเสถียรภาพผลประกอบการได้อย่างมั่นคง พร้อมวางรากฐานรองรับการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ในอนาคต


ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯด้วยดีเสมอมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด สำหรับผลประกอบการในงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.150 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 45 ล้านบาท หรือ คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลที่ 53.7% ของกำไร โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 2 มีนาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 4 มีนาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 20 พฤษภาคม 2569


อย่างไรก็ดี บริษัทฯ วางแผนธุรกิจปี 2569 ด้วยเป้าหมายรายได้ 2,000 ล้านบาท โดยยังคงมีกลุ่มลูกค้าหลักในธุรกิจคอนโดมิเนียม ควบคู่กับการกระจายพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมา TEKA ได้ขยายฐานลูกค้าไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ โรงเรียน โรงแรม โรงงาน ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และโรงพยาบาล ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลาย


พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เดินหน้ารุกธุรกิจ Turnkey Project ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจ ออกแบบ ไปจนถึงงานก่อสร้างครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแบบเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) และยกระดับความเชื่อมั่นในคุณภาพงาน เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว


“จุดแข็งที่สำคัญของ TEKA คือ สภาพคล่องที่แข็งแกร่ง บริษัทไม่มีหนี้สินและภาระดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ซึ่งถือเป็นฐานะการเงินที่แข็งแรงและโดดเด่นในกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่กำลังเผชิญความท้าทายในปัจจุบัน นอกจากนี้ TEKA มีลูกค้าหลักเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย (Top Developer) ที่ยังคงมอบความไว้วางใจและป้อนงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจในประเทศยังคงชะลอตัว รวมทั้งมีจุดแข็งในเรื่องของคุณภาพที่ลูกค้าพึงพอใจและการส่งมอบงานตรงเวลา” ดร.วีระศักดิ์ กล่าว


ทั้งนี้ ปัจจุบัน TEKA มีงานในมือ (Backlog) ณ สิ้น ธ.ค.68 อยู่ที่ระดับ 3,000 ล้านบาท พร้อมกับมีโครงการอยู่ใน Pipeline การประกวดราคาอีกประมาณ 15-20 โครงการ คาดว่าจะได้งานเพิ่มราว 3-4 โครงการต่อปีเข้ามาเติมพอร์ต ล่าสุด ณ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา บริษัทแจ้งข่าวดีได้งานห้างสรรพสินค้า จากค่าย ซีพี แอ็กซ์ตร้า โครงการ Lotus’s New Hypermarket Bang Plee (LNBP) มูลค่าโครงการ 373.43 ล้านบาท ถือว่าเป็นการเปิดตลาดใหม่ เพื่อรองรับรายได้ในปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง สะท้อนศักยภาพผู้นำงานก่อสร้างอย่างมั่นคง