| | | |
| บล.ฟินันเซีย ไซรัส |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| WHAUP | 5.20 | แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท เราคาดกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 261 ลบ. ชะลอลง -46% q-q จากรายได้ Excessive Charge และอัตรากำไรขั้นต้น SPP ที่ลดลงเล็กน้อย รวมถึงผลขาดทุนจาก GHECO-1 อย่างไรก็ตามยังเติบโตแข็งแกร่ง +11% y-y จบปี 2025 คาดกำไรปกติ +12% y-y แนวรับ 4.62//4.56 บาท แนวต้าน 4.80//5 บาท |
| | | |
| บล.พาย |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| AMATA | 28.75 | แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 28.75 บาท คาดว่าผลประกอบการปี 26 ยังอยู่ในระดับสูงได้จากฐาน Backlog ที่มีกว่า 21,000 ล้านบาท แม้ยอดขายในปี 25 จะทำได้เพียง 1,234 ไร่ ต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2,000 ไร่ โดยผู้บริหารให้ข้อมูลว่ามีลูกค้ากว่า 400 ไร่ ที่พร้อมจะเซ็นสัญญาในช่วงต้นปี 26 หลังจากเลื่อนมาจากปลายปี 25 ทำให้มีการปรับเป้ายอดขายปี 26 ขึ้นเป็น 2,800 ไร่ |
| | | |
| CRC | 24.00 | แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 24.00 บาท คาดกำไรสุทธิจะกลับมาโต YoY ช่วง 2Q26 เป็นต้นไป ตามแนวโน้ม SSSG ที่มีทิศทางดีขึ้น และเราคาดจ่ายปันผลรอบถัดไปช่วงเดือนพ.ค. 2026 ราว 5%-6% ซึ่งจะช่วยจำกัด downside risk |
| | | |
| บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| PTTEP | 130.00 | ราคาน้ำมันปรับตัวบวกแรงท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และ PTTEP รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 17,502 ล้านบาท (+37.9% qoq) ได้แรงหนุนจากปริมาณการขายน้ำมันและคอนเดนเสทที่แข็งแกร่ง PTTEP อนุมัติเงินปันผลสุดท้ายที่ 4.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลทั้งปีที่ 57.6% (เทียบกับประมาณการ ของเราที่ 50.0%) (Take profit : 130.00 / Stop loss : 127.00) |
| | | |
| BCH | 10.80 | BCH คาดการณ์รายได้เติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนในปี 2026 ท่ามกลางภาวะการกลับมาของผู้ป่วยจากตะวันออกกลางที่ชะลอตัว ด้วยรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและกัมพูชาในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 เราเชื่อว่า Downside risks เริ่มจำกัด (Take profit : 10.80 / Stop loss : 10.20) |
| | | |
| บล.ไอร่า |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| BTS | 2.50 / 2.70 | ในเชิงกลยุทธ์ เราคาดว่า BTS อาจได้รับแรงเก็งกำไรจากตลาด จากความคาดหวังรัฐบาลชุดใหม่อาจเข้ามาซื้อคืนสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า ขณะที่เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการประกาศแผนธุรกิจใหม่ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ "บ้านชาวไทย“ คาดจะใช้เงินสดประมาณ 3 หมื่นล้านบาทที่ได้รับคืนหนี้จาก กทม.(BMA) ผสมกับกระแสเงินสดภายใน ทำให้เราคาดว่า BTS จะไม่เพิ่มทุน และเราคาดว่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดี จากราคาขายคอนโดคาดจะต่ำ กว่าตลาด 25-30% และไม่ต้องวางเงินดาวน์ โดยจะร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์(GHB) จับกลุ่ม First jobber และผู้มีรายได้น้อย ในส่วนของผลประกอบการเราคาดว่า BTS จะมีผลขาดทุนทยอยลดลง จากรายได้ที่ยังสามารถเติบโตได้ โดยเรามอง Valuation ณ ปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ Fwd PB 0.66x+/- และ P/EBITDA 3.74x+/- กลยุทธ์ “เล่นรีบาวด์” แนวรับ 2.30 / 2.22 Target 2.50 / 2.70 Stop <2.14 |
| | | |