ASPS ชี้ต่างชาติ–สถาบันไล่ซื้อหุ้นไทย ดัน SET พุ่งเกือบ 50 จุด มุลค่าการซื้อขายเกิน 1 แสนล้านบาท แนะเลือกหุ้นที่ NET BUY สูง เลือกกลุ่มการแพทย์,พลังงาน , ท่องเที่ยว ,ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส หรือ ASPS เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์วันนี้ว่า วานนี้ตลาดกลับมาคึกคักอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนีปิดที่ 1,400.89 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 46.88 จุด หรือ +3.46%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่มากเกิน 1 แสนล้านบาท ซึ่งมาจากนักลงทุนต่างชาติที่ซื้อสุทธิสูงถึง 16,535 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับการซื้อที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี 
นอกจากนี้ยังมีแรงเสริมจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่ซื้อสุทธิอีกกว่า 6,220 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนสำคัญจากความชัดเจนเรื่องกองทุน TISA (THAI ESG ใหม่) ที่มีการปรับปรุงเงื่อนไขให้จูงใจมากขึ้น ซึ่งเหตุผลที่ไทยเป็นเป้าหมายของทั้ง 2 กลุ่มนักลงทุน น่าจะมาจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (DIVIDENDYIELD) ของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันอยู่ที่ 4.2% ซึ่งสูงกว่าภูมิภาคอื่นอย่างเห็นได้ชัด (เช่น ยุโรป/ฮ่องกง 3.3%,ญี่ปุ่น 1.7% และสหรัฐฯ 1.2%) ทั้งนี้ เมื่อนำไปคำนวณส่วนต่างกับผลตอบแทนพันธบัตร พบว่า DIVIDEND YIELDGAP แตะระดับ 3% ซึ่งตามสถิติในอดีต (เช่น ปี 2016 และ 2022) ทุกครั้งที่ส่วนต่างนี้แตะ 3% จะเป็นสัญญาณที่ FUND FLOW มักจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยเสมอ ดังนั้น กลยุทธ์ในช่วงนี้ที่ยังมี MOMENTUM ซื้อสุทธิจากต่างชาติต่อ จึงเลือกหุ้นที่มี NET BUY สูงสุดจาก ต่างชาติวานนี้และมีปัจจัยทางพื้นฐานบวกหนุน อาทิ กลุ่มการแพทย์ BDMS มาเป็นอันดับ 1 ซื้อสุทธิ 582 ล้านบาท ตามด้วย BH ตามราคาหุ้นที่ LAGGARD กลุ่มอื่นๆ กลุ่มพลังงาน PTTEP และ PTT มีแรงซื้อหนาแน่นตามราคาน้ำมันเป็นขาขึ้นและพื้นฐานที่แข็งแกร่ง กลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีก MINT, CPALL, CPN และ CRC ขานรับการฟื้นตัวของการบริโภคหลัง เลือกตั้ง กลุ่มธนาคารและนิคมฯ KBANK, KTB, AMATA, WHA ก็ได้ประโยชน์ตามเศรษฐกิจฟื้นตัว และ นโยบายภาครัฐฯที่เอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน 
|