ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ พร้อมด้วย ผศ.ดร.มะรอนิง สาแลมิง ประธานที่ปรึกษา และคณะผู้บริหาร ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา จัดงาน “ไอแบงก์ รอมฎอนสัมพันธ์ ประจำปี 2569” โดยได้รับเกียรติจาก นายศักดิ์กรียา บิลแสละ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธี ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ อีหม่ามมัสยิดบ้านเหนือ นำกล่าวดุอาอ์ขอพร นายเศรษฐการ เพชรวารี ปลัดอำเภอหาดใหญ่ กล่าวต้อนรับ นายยะโก๊ป หีมละ สมาชิกวุฒิสภา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายนราเดช คำทัปน์ นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง นายคอเบตร์ เหล็มหนู ประธานกรรมการสหกรณ์อิสลามอัศศิดดีก ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ อีหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ผู้บริหารสหกรณ์สถาบันองค์กร สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี มูลนิธิคนช่วยฅน และพี่น้องมุสลิม เข้าร่วมกิจกรรมในพิธีละศีลอดเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 ณ มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ภายในงานมีการจัดเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “ธุรกิจที่ไม่หยุดแค่กำไร : คุณค่า ศรัทธา และความยั่งยืน” เพื่อถอดบทเรียนจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งถือเป็นอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ผ่านมุมมองด้านการลงทุน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน การให้ความช่วยเหลือเยียวยา และการสร้างความยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับวิกฤตได้อย่างน่าสนใจ ภายใต้บรรยากาศของสังคมพหุวัฒนธรรม โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา นางสาวพิมลวรรณ ชีวเกรียงไกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอนดรี้บาร์ ไทย จำกัด และ นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล อดีตสมาชิกวุฒิสภา และ นักวิชาอิสระ ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ ได้สะท้อนภาพผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนฐานรากและผู้ประกอบการรายย่อยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมระบุว่าธนาคารได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรวมวงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท ครอบคลุมลูกค้าราว 500 ราย ทั้งการพักชำระหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และการให้คำปรึกษาทางการเงินอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำแนวคิด “Resilience” ว่าเป็นมากกว่าการฟื้นตัวหลังวิกฤต หากคือความสามารถในการเตรียมพร้อม รับมือ และกลับมายืนได้อย่างเข้มแข็งกว่าเดิม โดยยกตัวอย่างการปรับตัวของธนาคาร ทั้งการซ่อมแซมและปรับปรุงสาขาที่ได้รับความเสียหาย การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ทนทานต่อน้ำ ตลอดจนการทบทวนแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ พร้อมชี้ให้เห็นว่า ทุก 1 บาทที่ลงทุนในระบบป้องกันความเสี่ยง สามารถลดความสูญเสียได้ถึง 4–7 บาทในอนาคต และประกาศความพร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบป้องกันน้ำท่วมของภาคธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจในระยะยาว นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ได้ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจของหาดใหญ่ไว้ไม่ต่ำกว่า 45,000 ล้านบาท พร้อมสะท้อนว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจจำเป็นต้องควบคู่กับการฟื้น “ความเชื่อมั่น” ของผู้ประกอบการและ นักลงทุน โดยเสนอให้รัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อ Soft Loan ด้วยเงื่อนไขผ่อนปรนเพื่อเสริมสภาพคล่องในระยะฟื้นตัว รวมถึงเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ในขณะที่ นางสาวพิมลวรรณ ชีวเกรียงไกร ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การดูแลเครือข่ายธุรกิจแฟรนไชส์ในภาวะวิกฤต โดยเน้นความสำคัญของแผนรับมือภัยพิบัติ การจัดทีมลงพื้นที่อย่างรวดเร็ว และการให้กำลังใจผู้ประกอบการควบคู่กับการสนับสนุนเชิงปฏิบัติ พร้อมแนะให้ SME เสริมสร้างความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยง การควบคุมต้นทุน และการกระจายแหล่งรายได้ เพื่อลดความเปราะบางของธุรกิจในอนาคต ด้าน นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล ได้นำเสนอข้อมูลเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับปริมาณมวลน้ำที่สูงเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำเดิม สะท้อนความจำเป็นในการออกแบบเมืองและระบบสาธารณูปโภคใหม่ เพื่อมุ่งสู่การเป็น “เมืองแห่งความยืดหยุ่น” ที่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม การจัดงานในครั้งนี้จึงสะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนสังคมผ่านคุณค่าทางศรัทธา ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนของชุมชน โดยใช้บทเรียนจากวิกฤตเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองและธุรกิจให้สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในอนาคต และสามารถรับชมคลิปการเสวนาเต็มได้ที่ https://fb.watch/FCJg8dyhNz/ |