ส่องกล้อง ICHI : จับตาในวันที่น้ำด่าง โตกว่าชาเขียว พร้อมปรับแผนสู้ต้นทุนพุ่ง

รูป ส่องกล้อง ICHI : จับตาในวันที่น้ำด่าง โตกว่าชาเขียว พร้อมปรับแผนสู้ต้นทุนพุ่ง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 พ.ค. 69 14:43 น.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 21 พ.ค. 69

ชื่อโบรกเกอร์

คำแนะนำ

ราคาเป้าหมาย (บาท)

บล.กรุงศรี

Buy

15.50

บล.ลิเบอเรเตอร์

Non-rated

14.62

บล.ทิสโก้

BUY

14.60

บล.เคจีไอ

ถือ

13.70

บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย)

ถือ

11.90

บล.เอเซียพลัส

Sell

11.50

สรุปปัจจัยบวก +

+ ยอดขายในประเทศและกลุ่มน้ำด่างเติบโตก้าวกระโดด ยอดขายรวม 1Q26 โต 11% YoY โดยยอดขายในประเทศโต 16% YoY กลุ่มไม่ใช่ชา (หลักๆ คือ น้ำด่าง) โตเด่นสุดถึง 79% YoY อยู่ที่ 360 ล้านบาท ขณะที่ชาพร้อมดื่มโต 8% YoY และ เย็นเย็น โต 7% YoY (บล.บัวหลวง, บล.ลิเบอเรเตอร์)

+ การขยายกำลังการผลิตน้ำด่างเพื่อปลดล็อกคอขวด บริษัทนำเข้าเครื่องจักรใหม่จากญี่ปุ่นเสร็จในเดือน มิ.ย.26 คาดเพิ่มกำลังผลิตน้ำด่างได้อีกเท่าตัว พร้อมปรับเพิ่มเป้ารายได้น้ำด่างปีนี้ขึ้นเป็น 1,200 ล้านบาท (จากเดิม 1,000 ล้านบาท หรือเติบโตราว 70% - 100% จากปี 2568) (บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ)

+ โครงสร้าง Portfolio แข็งแรงขึ้นจากสินค้า High Margin น้ำด่างมีอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติราว 5% ซึ่งการ Shift Portfolio มาเน้นสินค้ากลุ่มสุขภาพนี้จะช่วยหนุนความสามารถในการทำกำไรระยะยาว (บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้)

+ กลยุทธ์การบริหารและควบคุมต้นทุน บริษัทเตรียมแผนรองรับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนผ่านการเจรจากับซัพพลายเออร์รายที่ 3, การลดโปรโมชั่น/ลดการให้ส่วนลดแก่ผู้ค้าส่งเพื่อเพิ่มราคาขายเฉลี่ย (ASP) และมีโครงการ Nitrogen Injection ช่วยลดน้ำหนักขวด PET ลดต้นทุนระยะยาว (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้)

+ แผนขยายตลาดส่งออกและสินค้าใหม่ (NPD) เตรียมขยายการส่งออกน้ำด่างไปมาเลเซีย, จีน และแคนาดา ในช่วง 3Q26 รวมถึงเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่กลุ่ม Brand Collaboration ช่วงครึ่งปีหลัง เช่น Thai Coco และ Jian Cha (บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์)

+ การเพิ่มลูกค้ารับจ้างผลิต (OEM) รายใหม่ มีแผนเริ่มรับจ้างผลิตน้ำด่างให้กับลูกค้าใหม่เพิ่มเติมอีก 2 ราย ในช่วงไตรมาส 3/26 (บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์, บล.เคจีไอ)

+ สิทธิประโยชน์ทางภาษีหนุนกำไร ได้รับสิทธิประโยชน์ BOI 2 เท่า (BOI Double Deduction) และมีแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 200% จากงบพัฒนาชุมชนและสังคม (CSR) 28 ลบ. ช่วยบรรเทาภาระภาษีชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (บล.ทิสโก้, บล.เมย์แบงก์)

+ ผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงโดดเด่น หุ้น ICHI มีอัตราการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอและให้ผลตอบแทนสูงในระดับ 7% - 8.7% ต่อปี ช่วยจำกัด Downside Risk ของราคาหุ้น (บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้, บล.เมย์แบงก์, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์)

+ คาดการณ์ตัวเลขงบการเงินปี 2026 ของโบรกเกอร์ฝั่งเชียร์ซื้อ : คาดรายได้ปี 2026 ขยายตัว 7.3% อยู่ที่ 8,675 ล้านบาท , คาดกำไรสุทธิปี 2026 อยู่ในกรอบ 1,358 ล้านบาท (โต +2% YoY แต่ Core Profit ไม่รวมรายการพิเศษโต +10% YoY) และ ROE ขยับขึ้นสู่ 24.2% (บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี)

สรุปปัจจัยลบ -

- ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (PET Resin) พุ่งสูงกดดันมาร์จิ้นตั้งแต่ พ.ค.26 ต้นทุนเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ (คิดเป็น 30% - 36% ของต้นทุนรวม) ปรับตัวสูงขึ้น 30% - 40% จากผลกระทบของสงครามและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (สงครามอิหร่าน) โดยบริษัทล็อกราคาไว้ได้ถึงแค่ช่วงกลาง-สิ้นเดือน มิ.ย.26 และคาดว่าจะกดดันให้ Gross Margin อ่อนตัวลงใน 2Q26 - 2H26 (ทุกโบรกเกอร์)

- สัญญาณการบริโภคและกำลังซื้อในประเทศชะลอตัว เริ่มเห็นยอดขายในประเทศชะลอตัวลงในช่วงเดือน พ.ค. - มิ.ย.26 เนื่องจากค่าครองชีพและราคาสินค้าจำเป็นที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะเป็นช่วง High Season และมีสภาพอากาศร้อนจัดก็ตาม (บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์, บล.เคจีไอ)

- ยอดขายต่างประเทศและธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) อ่อนแอ ใน 1Q26 ยอดขายต่างประเทศลดลงถึง 73% YoY (เหลือ 32 ลบ.) จากการหายไปของยอดขายในกัมพูชา และยอด OEM ลดลง 60% YoY เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตน้ำมะพร้าว และลูกค้าหลัก (IF) ชะลอคำสั่งซื้อเพื่อปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่ (บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์)

- กำไรสุทธิ 2Q26 มีความเสี่ยงลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กำไรใน 2Q26 เผชิญแรงกดดันรอบด้านและมีฐานที่สูงใน 2Q25 เนื่องจากปีที่แล้วมีรายการพิเศษจากการขายที่ดินมูลค่า 120 ล้านบาท (บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์)

- มูลค่าตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม (RTD Tea) ภาพรวมหดตัว ข้อมูล Nielsen ระบุตลาดชาพร้อมดื่มใน 1Q26 หดตัวลงราว 6% YoY จากการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้เครื่องดื่ม Functional Drinks และน้ำผลไม้ รวมถึงช่องทางแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) และ Hypermarket ที่อ่อนแอ (บล.บัวหลวง, บล.เคจีไอ)

- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐหนุนได้จำกัด มาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" หรือมาตรการ 60/40 คาดว่าจะส่งผลบวกต่อยอดขาย ICHI เพียงเล็กน้อย เนื่องจากประชาชนเน้นใช้จ่ายกับสินค้าจำเป็นก่อน (บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์)

- คาดการณ์ตัวเลขงบการเงินปี 2569 ของโบรกเกอร์ฝั่งปรับลดคำแนะนำ/แนะขาย : มีการปรับลดคาดการณ์กำไรปกติปี 2569 ลง 6% - 8% มาอยู่ที่ระดับ 1,250 ล้านบาท (หรือหดตัวลง 2% YoY) และคาดรายได้โตต่ำเพียง 2% YoY ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ที่ 12% (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ)


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ประน้อม บาร์เคอร์

ประน้อม บาร์เคอร์

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย