IAA ชูหุ้นไทยปี 69 เป้า 1,516 จุด แนะกระจายพอร์ต จับตาน้ำมัน–อิหร่าน กดดัน GDP

รูป IAA ชูหุ้นไทยปี 69 เป้า 1,516 จุด แนะกระจายพอร์ต จับตาน้ำมัน–อิหร่าน กดดัน GDP

efinAI


IAA เผยผลสำรวจ 25 สถาบัน มองเศรษฐกิจไทยปี 69 โตเฉลี่ย 1.72% คาด SET ปิดปีที่ 1,516 จุดการเมืองในประเทศ-เงินทุนต่างชาติหนุน เมย์แบงก์ปรับลด GDP ที่ 1.5% หลังราคาน้ำมันพุ่ง ชี้ความเสี่ยงหลักราคาพลังงาน- สถานการณ์อิหร่าน แม้คาดสงครามไม่ยืดเยื้อ แต่หากลากยาวเกิน 3 เดือน อาจต้องปรับประมาณการใหม่

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผย ผลสำรวจจากนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน 25 แห่ง โดยประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโตเฉลี่ย 1.72% ปรับเพิ่มเล็กน้อยจากก่อนหน้า ราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 80.80 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ด้านสมมติฐานตลาด ใช้ Risk Free Rate เฉลี่ย 2.04% Risk Premium 8.07% สะท้อนมุมมองความเสี่ยงที่ยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง

- ปัจจัยบวกหลักมาจากการเมืองในประเทศ (92%) เงินทุนต่างชาติไหลเข้า (76%) ซึ่งเป็นสองปัจจัยเดียวที่ได้รับเสียงสนับสนุนเกินครึ่ง

- ปัจจัยลบสำคัญ ได้แก่ ความขัดแย้งสหรัฐ–อิหร่าน–อิสราเอล (92%), ราคาน้ำมัน (84%), การลด QE (72%) เศรษฐกิจโลกชะลอตัว (60%)

- นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองดอกเบี้ยนโยบายอาจลดลง โดยบางส่วนคาดลงสู่ 0.75% มีส่วนน้อยมองถึง 0.5% จากปัจจุบันที่ 1%

- กำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) ปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 87.64 บาท ลดลงจากเดิม คาดเติบโตเพียง 4.76% สะท้อนแรงกดดันต่อผลประกอบการ

- แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นไทยถูกคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,310–1,570 จุด โดยมีโอกาสปิดปีที่ประมาณ 1,516 จุด มีแนวโน้มเป็นบวกเล็กน้อย

- ช่วงไตรมาสแรกคาดปิดที่ 1,464 จุด สะท้อนการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปภายใต้ความเสี่ยงภายนอก

- แนะนำกระจายพอร์ต โดยเน้นหุ้นไทย (27%) หุ้นต่างประเทศ (26.8%) รองลงมาคือตราสารหนี้ (17.4%) และเงินสด (14.82%)

- สินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ (9.08%) และ REIT (3.7%) ยังมีบทบาทช่วยลดความผันผวนของพอร์ต

- ธีมการลงทุนต่างประเทศ แนะนำลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี เช่น AI, Data Center และ Semiconductor พลังงานนิวเคลียร์ โครงสร้างพื้นฐาน

- ภูมิภาคที่น่าสนใจคือเอเชีย เช่น จีน เกาหลี อินเดีย ญี่ปุ่น พร้อมแนะนำ DR อย่าง AAPL80, BABA80 และ NVDA80

- หุ้นไทยเด่น กลุ่มที่ควรเพิ่มน้ำหนัก ได้แก่ ค้าปลีก พลังงาน สาธารณูปโภค การแพทย์ สื่อสาร ส่วนกลุ่มที่ควรลดน้ำหนักคือ ปิโตรเคมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

- หุ้นเด่นที่ถูกแนะนำตรงกัน เช่น ADVANC, AMATA, BDMS, GULF, KTB ,TRUE จากแนวโน้มกำไรเติบโต ความทนทานต่อเศรษฐกิจ

- กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง หุ้นก่อสร้าง โรงไฟฟ้า (ต้นทุนก๊าซสูง) สายการบินที่มีหนี้สูงและอ่อนไหวต่อราคาน้ำมัน

- ปัจจัยต้นทุนพลังงานยังเป็นตัวกดดันสำคัญต่อหลายอุตสาหกรรม

- ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล เสนอเร่งกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ดึงดูดเงินทุนต่างชาติ สนับสนุนอุตสาหกรรมอนาคต เช่น AI และ Deep Tech

- เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แก้หนี้ครัวเรือน ลดค่าครองชีพ เพิ่มทักษะแรงงาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว

- มุมมองความเสี่ยงจากสงคราม แม้สถานการณ์สงครามอาจไม่ยืดเยื้อ แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาพลังงานที่อาจยาวนาน

- ปัจจัยเสี่ยงหลักอยู่ที่ “ราคาน้ำมัน” และ “สถานการณ์อิหร่าน” หากยืดเยื้อเกิน 3 เดือน อาจต้องปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่

นายธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์ นักกลยุทธ์เศรษฐศาสตร์มหภาค บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เมย์แบงก์ ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เหลือ 1.5% หลังราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นราว 6 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์คลี่คลาย ยังมีโอกาสเห็นอัพไซด์ต่อประมาณการเศรษฐกิจ

- มองสงครามมีแนวโน้มไม่ยืดเยื้อ หลังมีสัญญาณพร้อมลดความตึงเครียด และอาจเข้าสู่การยุติในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์ลากยาวเกิน 3 เดือน อาจต้องทบทวนประมาณการใหม่

- ปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิดมี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ทิศทางราคาน้ำมัน สถานการณ์ในอิหร่าน ซึ่งยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อเศรษฐกิจ


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย