ส่องกล้อง BDMS : เปิดความเห็นโบรกฯ สถานการณ์ตะวันออกกลางกระทบเป้าปีนี้แค่ไหน ?

รูป ส่องกล้อง BDMS : เปิดความเห็นโบรกฯ สถานการณ์ตะวันออกกลางกระทบเป้าปีนี้แค่ไหน ?

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มี.ค. 69 15:22 น.

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 5 มี.ค. 69

 

ชื่อโบรกเกอร์

คำแนะนำ

ราคาเป้าหมาย (บาท)

บล.ทรีนีตี้

ซื้อ

29.20

บล.ทิสโก้

ซื้อ

25.20

บล.ฟิลลิป

ซื้อ

25.00

บล.กรุงศรี

ซื้อ

27.00

บล.โกลเบล็ก

ซื้อ

29.70

บล.พาย

ซื้อ

26.00

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส

ซื้อ

24.00

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน

ซื้อ

32.00

บล.เอเซีย พลัส

ซื้อ

24.00

บล.เคจีไอ

ซื้อ

23.00

 

สรุปปัจจัยบวก+ เป้าหมายการเติบโตของรายได้ต่างชาติ : คาดการณ์กลุ่มคนไข้ต่างชาติเติบโต 5-7% YoY โดยเฉพาะกลุ่มยุโรป, สหรัฐฯ, จีน, และญี่ปุ่น รวมถึงกลุ่ม EXPAT (บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)

 

+ กลยุทธ์การเพิ่ม Asset Utilization : เน้นการใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้คุ้มค่าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เตียง (Utilization Rate) จาก 65% สู่เป้าหมาย 75% แทนการขยายเตียงใหม่ในระยะสั้น (บล.ทรีนีตี้, บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)

 

+ การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ : มีการใช้ยา House Brand ผ่าน Medic Pharma เพื่อรักษา Margin และใช้ AI เข้ามาช่วยลดภาระงานและบริหารจัดการบุคลากรเพื่อคุมค่าใช้จ่ายด้าน OT (บล.ทรีนีตี้, บล.โกลเบล็ก, บล.เคจีไอ)

 

+ กลุ่มรายได้จากประกันสุขภาพ : ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มประกันเป็น 40% และมองว่าระบบ Co-pay จะช่วยขยายฐานผู้ใช้บริการในระยะยาว (บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป)

 

+ โครงการ Silver Wellness : การดำเนินงานยังเป็นไปตามแผน โดยได้รับการอนุมัติ EIA และเริ่มการก่อสร้างแล้ว ซึ่งมีพันธมิตรอย่างสยามพิวรรธน์ร่วมพัฒนาพื้นที่รีเทล (บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)

 

+ ความแข็งแกร่งทางการเงิน : มีอัตราส่วนหนี้สินต่ำ (Net Debt/EBITDA ที่ 0.4 เท่า) และคุณภาพกำไรยังคงแข็งแกร่งจากการเป็น Ecosystem ทางการแพทย์ที่ครบวงจร (บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)

 

+ ปันผลตอบแทนน่าสนใจ : ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.65 บาทต่อหุ้น (รวมปันผลพิเศษ) ให้ Dividend Yield ประมาณ 3.3% (บล.ทรีนีตี้, บล.พาย)

 


สรุปปัจจัยลบ- ผลกระทบจากช่วงรอมฎอน : ช่วงวันที่ 18 ก.พ. - 20 มี.ค. 69 ส่งผลให้คนไข้ตะวันออกกลางเดินทางมาลดลง กระทบรายได้และผลการดำเนินงานใน 1Q69 (บล.ทรีนีตี้, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส)

 

- ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ : สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางหากยืดเยื้ออาจกระทบรายได้กลุ่มคนไข้ตะวันออกกลาง (สัดส่วน 4%) โดยประเมินความเสียหายหากยืดเยื้อจะกระทบรายได้ราว 100-150 ล้านบาท ต่อ 15 วัน (บล.ทิสโก้, บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)

 

- เศรษฐกิจไทยชะลอตัว : ส่งผลให้กลุ่มผู้ป่วยไทย (สัดส่วน 72%) เติบโตในจังหวะที่ช้าลงเพียง 1-3% ซึ่งอาจไม่เพียงพอชดเชยรายได้ในส่วนอื่นหากเกิดปัญหา (บล.ฟิลลิป, บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซีย พลัส)
- ตลาดกัมพูชาหดตัว : รายได้จากกลุ่ม CLMV โดยเฉพาะกัมพูชายังไม่ฟื้นตัวและหดตัวลงอย่างนัยสำคัญในช่วงต้นปี (บล.โกลเบล็ก, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)

 

- การปรับลดประมาณการกำไร : หลายโบรกเกอร์ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง (ประมาณ 3-6%) เพื่อสะท้อนเป้าหมายรายได้ของผู้บริหารที่ระมัดระวังมากขึ้นและฐานปีที่แล้วที่สูง (บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ประน้อม บาร์เคอร์

ประน้อม บาร์เคอร์