หุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงมากกว่า 50 จุด ทำดัชนีผ่านทะลุ 1,460 จุด ก่อนย่อตัวเล็กน้อย ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ จากความคาดหวังสงครามตะวันออกกลางคลี่คลาย หลัง"ทรัมป์" ยืนยันอยู่ระหว่างเจรจากับอิหร่าน พร้อมยื่นข้อเสนอ 15 ประเด็น ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมากกว่า 50 จุด ทำดัชนีปรับตัวขึ้นทะลึ 1,460 จุด มูลค่าการซื้อขาย 58,560 ล้านบาท - หุ้นหนุนดัชนี DELTA ผลักดันดัชนีกว่า 25 จุด รวมถึง GULF - AOT - PTT - SCC - CPALL - บล.โกลเบล็ก ระบุว่า ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อตามทิศทางตลาดต่างประเทศโดยได้แรงหนุนจากความคาดหวังสงครามระหว่างสหรัฐ และอิหร่านจะยุติ มีแรงซื้อนำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง พลังงาน และไอซีที โดยเฉพาะหุ้น DELTA มองกรอบดัชนีภาคบ่าย 1,435-1,460 จุด - บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า ข้อมูลจาก New York Times NYT, CNBC และ Bloomberg ฉบับวันที่ 24–25 มีนาคม 2568 ชี้ให้เห็นว่าสงคราม Operation Epic Fury ที่ดำเนินมากว่า 25 วัน กำลังเข้าสู่จุดหักเหที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้ง เมื่อทรัมป์ยืนยันในทำเนียบขาวว่า “เราอยู่ในระหว่างการเจรจา” และ NYT รายงานว่าสหรัฐฯ ส่งข้อเสนอสันติภาพ 15 ประเด็นให้อิหร่านผ่านคนกลางคือ จอมพล Syed Asim Munir เสนาธิการกองทัพปากีสถาน ผู้ที่ทรัมป์สนิทสนมและพบปะกันถึงสองครั้งในปี 2568 - แม้ยังมีความเสี่ยง แต่เมื่อชั่งน้ำหนักสัญญาณทั้งหมด แต่ INVX มองว่าโมเมนตัมของการ de-escalate เริ่มมีน้ำหนักมากกว่าในขณะนี้ เหตุผลหลักคือ - ประการแรก ระดับของทีมเจรจา (รองประธานาธิบดี+ รมว. ต่างประเทศ+ Kushner) สะท้อนว่าทรัมป์แสดงความจริงจังต่อกระบวนการนี้ ไม่ใช่แค่พิธีการ - ประการที่สอง ปากีสถานในฐานะตัวกลางมีความน่าเชื่อถือสูง เพราะจอมพล Munir มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดทั้งกับ IRGC และกับทรัมป์ - ประการที่สาม ข้อเสนอที่ไม่บังคับ Regime Change เปิดพื้นที่ให้อิหร่านรับได้โดยไม่ต้องยอมแพ้อย่างสมบูรณ์ - ประการสุดท้าย ทั้งอียิปต์และตุรกีต่างเข้ามาร่วมสนับสนุนให้อิหร่านตอบรับในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งหมายความว่าแรงกดดันทางการทูตหลายทิศทางกำลังสะสมในทิศทางเดียวกัน - หากการเจรจาเดินหน้าได้จริงและสงครามยุติในช่วง 2–4 สัปดาห์ข้างหน้า ผลดีต่อเศรษฐกิจไทยจะเกิดขึ้นพร้อมกันหลายมิติ Brent จะร่วงกลับสู่ $80–90 ต่อบาร์เรล ลดภาระกองทุนน้ำมันและต้นทุนพลังงานทั้งระบบ, เงินเฟ้อจากพลังงานจะคลี่คลาย เปิดพื้นที่ให้ กนง. มีความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการเงินมากขึ้น - เส้นทางการค้าผ่านฮอร์มุซที่เปิดใหม่จะลดต้นทุนโลจิสติกส์และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไทยนำเข้า ทั้งยูเรีย แอมโมเนีย และอะลูมิเนียม - บรรยากาศความเสี่ยงที่ผ่อนคลายจะหนุน sentiment การท่องเที่ยวและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และเงินบาทจะมีแรงแข็งค่าได้ โดยคาดการณ์กรณีฐานที่ระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ - ทั้งหมดนี้รวมกันหมายถึง GDP ไทยอาจฟื้นตัวได้ถึงระดับ 1.7% หรือสูงกว่ากรณีสถานการณ์ยืดเยื้อ 3 เดือนที่คาดไว้เพียง 1.4% ภายใต้ภาวะสงครามยืดเยื้อ |