บมจ. เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี หรือ CHAO ผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ภายใต้แบรนด์ “เจ้าสัว” ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้าวไทยในงานสัมมนา “พัฒนาเชื่อมโยงภาคีด้านการตลาดสินค้าข้าว” ซึ่งจัดโดยกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กรมการข้าว ณ โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล จังหวัดขอนแก่น พร้อมถ่ายทอดกลยุทธ์การเปลี่ยนข้าวไทยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value) เพื่อขยายฐานตลาดสู่สากล ตอบโจทย์เทรนด์โลก สร้างการเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับเกียรติจากกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กรมการข้าว ให้ร่วมบรรยายพิเศษในงานสัมมนาพัฒนาเชื่อมโยงภาคีด้านการตลาดสินค้าข้าว ภายใต้หัวข้อ “ความต้องการข้าวเพื่อการแปรรูป” เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมข้าวไทย ให้ดังไกลระดับโลก ยกระดับรายได้เกษตรกร ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดสากล ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ “เจ้าสัว” ในฐานะแบรนด์ชั้นนำของขนมที่ทำจากข้าวไทย มากว่า 68 ปี มีความตั้งใจยกระดับข้าวไทยจากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ ด้วยนวัตกรรม สู่การเป็น Modern Thai Snack พร้อมขยายการเติบโตไปสู่ตลาดระดับโลก ทั้งนี้ เจ้าสัวได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “ข้าวไทย” ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นแหล่งผลิตข้าวคุณภาพเยี่ยมอันดับต้นๆ ของโลกเท่านั้น แต่ข้าวไทยมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นทั้งในด้านรสสัมผัส กลิ่นหอม และคุณค่าทางโภชนาการที่ยากจะหาวัตถุดิบอื่นใดมาทดแทนได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้คือรากฐานสำคัญในการต่อยอดสู่ “Modern Thai Snack” ที่สามารถสร้างความแตกต่าง (Differentiation) ในตลาดสากลได้อย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ข้าวไทยยังมีศักยภาพในการแปรรูปด้วยนวัตกรรมชั้นสูงเพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพระดับโลก เช่น การพัฒนาเป็นขนมขบเคี้ยวที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) ซึ่งช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์จากสินค้าเกษตรพื้นฐานสู่สินค้ามูลค่าสูง (High Value) ที่สร้างทั้งความภาคภูมิใจในฐานะ Soft Power และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไปพร้อมกัน นอกจากนี้ เจ้าสัวยังมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่การแข่งขันใหม่ผ่านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสของเทรนด์ในปัจจุบัน เช่น “Low GI Snack” หรือขนมขบเคี้ยวจากข้าวไทยที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญในการตอบสนองเทรนด์ Health & Wellness ระดับโลกที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับโภชนาการที่สมดุลและการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน โดยความสำเร็จในการปักธงในตลาดระดับโลกนี้ เกิดจากการนำ “Global Consumer Insight” หรือการวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภคทั่วโลกมาเป็นโจทย์ตั้งต้นในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของข้าวไทยให้เป็นนวัตกรรมอาหารที่เข้าถึงง่าย มีเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ที่ทันสมัย และสามารถแทรกซึมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวันของกลุ่มคนรักสุขภาพในทุกภูมิภาคได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อสร้างความแตกต่าง และผลักดันให้แบรนด์ไทยไปเติบโตในระดับสากลอย่างยั่งยืน “เจ้าสัวไม่ได้มองข้าวเป็นเพียงวัตถุดิบพื้นฐาน แต่คือหัวใจของความคิดสร้างสรรค์ การนำนวัตกรรมมาใช้อย่างผลิตภัณฑ์ Low GI คือการยกระดับข้าวไทยให้เป็นสินค้า High-Value ที่สร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล และเป็นทางรอดที่ยั่งยืนของสินค้าเกษตรไทยในเวทีการแข่งขันระดับโลก” นางสาวณภัทร กล่าว นายสิริณัฏฐ์ ชญาน์นันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO กล่าวว่า สำหรับการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนนั้น CHAO มุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศธุรกิจภายใต้แนวคิด “Win-Win Model” ที่ทำให้รายได้จากการส่งออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมูลค่าสูงสามารถส่งกลับถึงมือเกษตรกรได้โดยตรง เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมมาตรฐาน “Health & Sustainability” เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรผลิตข้าวตามเกณฑ์ความยั่งยืนสากล ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าในตลาดพรีเมียมแล้ว ยังเป็นการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการยกระดับวัตถุดิบภายในประเทศให้มีมาตรฐานสูง พร้อมรองรับความต้องการของตลาดโลกที่หันมาใส่ใจเรื่องที่มาของอาหาร ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเข้มงวด “เป้าหมายของเราคือการยกระดับรายได้เกษตรกร ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดสากล เพราะเราเชื่อว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ เกษตรกรผู้เป็นเจ้าของวัตถุดิบต้องเติบโตไปพร้อมกับเรา การสร้าง Modern Thai Snack จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคเกษตรกรรมไทยในระยะยาว” นายสิริณัฏฐ์ กล่าว |