กกร. เผยหากตะวันออกกลางยืดเยื้อ หวั่นกดจีดีพีไทยปีนี้โตเหลือ 1.3-1.6%

รูป กกร. เผยหากตะวันออกกลางยืดเยื้อ หวั่นกดจีดีพีไทยปีนี้โตเหลือ 1.3-1.6%

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มี.ค. 69 14:02 น.

 

กกร. ชี้ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยืดเยื้อ และ ทวีความรุนแรงมากขึ้น มีโอกาสเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ 1.3-1.6% จากกรอบเดิมคาด 1.6-2.0% เผยจะมีการทบทวนในระยะต่อไป ส่วนส่งออกคงติดลบ -1.5 ถึง -0.5% และ เงินเฟ้อ 0.2 ถึง 0.7% เผยความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยมีสูงขึ้นจึงจำเป็นต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นภายในประเทศ

 

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและความมั่นคงของโลก โดยราคาน้ำมัน ราคาก๊าซธรรมชาติ ในตลาดล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้น และ มีแนวโน้มจะยังอยู่ในระดับสูงในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งยังกระทบการขนส่งสินค้ารวมถึงสินค้าพลังงานทางเรือ และ การเดินทางทางอากาศ โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

-หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งจากราคาพลังงานในประเทศ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจและครัวเรือนที่จะสูงขึ้น รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวในระยะที่เที่ยวบินที่ผ่านตะวันออกกลางถูกยกเลิก ในเบื้องต้นสภาพัฒน์ฯ ประเมินว่า การสู้รบในตะวันออกกลางอาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 69 เติบโตได้เพียง 1.3%-1.6% ต่ำกว่าค่ากลางของการประเมินเดิมที่ 2.0% และ ต่ำกว่าประมาณการเดิมของ กกร. ที่ 1.6%-2.0%

 

-โดย กกร. จะมีการทบทวนต่อไปความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งจากราคาพลังงานในประเทศ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจ และ ครัวเรือนที่จะสูงขึ้น รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวในระยะที่เที่ยวบินที่ผ่านตะวันออกกลางถูกยกเลิก



"การสู้รบในตะวันออกกลางอาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 69 เติบโตได้เพียง 1.3%-1.6% ต่ำกว่าค่ากลางของการประเมินเดิมที่ 2.0% และ ต่ำกว่าประมาณการเดิมของกกร. ที่ 1.6%-2.0% โดย กกร. จะมีการทบทวนต่อไป ส่วนส่งออกยังคงเดิมที่คาดขยายตัวติดลบ -1.5 ถึง -0.5% และ เงินเฟ้อ 0.2 ถึง 0.7% แต่ที่กังวล คือ การท่องเที่ยว เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่เข้ามาเที่ยวไทยปีก่อนอยู่ที่ 7-8 แสนคน จากเหตุการณ์นี้จะทำให้ลดลง 10% หรือ หายไป 7-8 หมื่นคน"

 

 

-กกร.ให้ความสำคัญในการเตรียมแนวทางรับมือจากผลกระทบที่เกิดขึ้นร่วมกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมหน่วยงานภาครัฐได้กำหนดมาตรการรับมือแต่ละมิติอย่างครอบคลุม เช่น การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ การช่วยเหลือประชาชนและแรงงานไทย การบริหารจัดการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะขาดแคลนน้ำมัน ตลอดจนการบริหารต้นทุนค่าขนส่ง เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคธุรกิจและประชาชนอย่างเร่งด่วน

 

-ทั้งนี้ ข้อมูลปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า ปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทยอยู่ในระดับ 60 วัน ซึ่งถือเป็นระดับที่เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีเหตุจำเป็นต้องกักตุน แต่ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการใช้พลังงานอย่างประหยัด เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน

 

-ประเด็นความไม่แน่นอนจากมาตรการทางการค้าของสหรฐัฯ กลับมาอีกคร้ังภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินให้ Reciprocal Tariffs ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ นำมาตรา 122 มาใช้ชั่วคราวสำหรับ Universal Tariff ที่ 10% ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีแนวโน้มบังคับใช้ Sectoral Tariffs รวมถึงขยายผลมาตรา 301 และ 338 ในประเด็นการสวมสิทธิ์ของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีทำให้สินค้าส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ จะเผชิญกับความเสี่ยงในระยะข้างหน้า โดยปี 68 ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 67 ที่เกินดุล 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์

 

-ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยมีสูงขึ้นจึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นภายในประเทศ ซึ่งกกร. มุ่งหวังว่า รัฐบาลใหม่จะใช้โอกาสจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นหลังการเลือกตั้งในการรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไปพร้อมกับการบรรเทาผลกระทบที่มีต่อภาคธุรกิจและครัวเรือนจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นในระยะสั้น พร้อมทั้งเร่งกระบวนการงบประมาณเพื่อให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมีความต่อเนื่อง

 

-ในขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ปรับปรุงกฎระเบียบ เน้นเรื่องการ Upskill – Reskill แรงงานมาเข้าระบบเพิ่มเติม ตลอดจนบริหารจัดการประเด็นการต่ออายุแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย และ มีนายจ้างที่ถูกต้องให้มีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของภาคธุรกิจ รวมทั้งเร่งสนับสนุนการลงทุนใหม่ที่ยกระดับประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันตามแนวทาง Reinvent Thailand

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย