| *** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดที่ 89.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.25 ดอลลาร์ หรือ 2.57% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 98.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3 ดอลลาร์ หรือ 3.14% ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดลดช่วงบวกลงในวันอังคาร (21 เม.ย.) ท่ามการการซื้อขายที่ผันผวน หลังพุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไป จนกว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอใหม่ และจากรายงานที่ว่า รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ได้ยกเลิกการเดินทางไปกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถานเพื่อร่วมการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับลดลงในเวลาต่อมา หลังทรัมป์ระบุว่า การหยุดยิงจะยังคงมีผลจนกว่าผู้นำอิหร่านจะยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพ และการเจรจาจะเสร็จสิ้น แม้จะย้ำว่าสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อไปก็ตาม ก่อนหน้านี้ อิหร่านระบุว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ หรือไม่ และยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อการประกาศของทรัมป์ *** ตลาดหุ้นเอเชียเปิดแดนลบเป็นส่วนใหญ่เช้านี้ ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด - ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.16% หลังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์วานนี้ ขณะที่ดัชนี Kosdaq ปรับลดลง 0.42%
- ด้านดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ลดลง 0.41% และดัชนี Topix ลดลง 0.67%
- ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลีย ลดลง 0.59%
- สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงอยู่ที่ระดับ 26,221 จุด เทียบกับระดับปิดก่อนหน้าที่ 26,487.48 จุด
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านผ่าน Truth Social ว่า จากสถานการณ์ที่รัฐบาลอิหร่านมีความแตกแยกอย่างรุนแรง และตามคำขอของจอมพลอาซิม มูเนอร์ และนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน สหรัฐฯ จึงชะลอการโจมตีอิหร่านออกไป จนกว่าผู้นำและผู้แทนอิหร่านจะสามารถจัดทำข้อเสนอที่เป็นเอกภาพได้ ทรัมป์ยังระบุเพิ่มเติมว่า การหยุดยิงจะขยายออกไปจนกว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอ หรือการเจรจาสิ้นสุดลง พร้อมย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ จะยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป ด้านผู้แทนเจรจาของอิหร่านระบุว่าจะไม่เข้าร่วมการเจรจากับสหรัฐฯ ระบุเป็นเรื่องเสียเวลา ตามรายงานของสื่อทางการอิหร่าน *** เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วัย 56 ปี ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนต่อไป เข้าสู่กระบวนการแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อรับรองตำแหน่ง โดยย้ำว่า เฟดภายใต้การนำของตนจะเป็นอิสระจากทำเนียบขาว วอร์ชได้ตอบคำถามหลายประเด็น ตั้งแต่มุมมองต่อนโยบายการเงิน ไปจนถึงสถานะการเงินส่วนบุคคลที่มีความซับซ้อน รวมถึงความสัมพันธ์กับทำเนียบขาวในสมัยโดนัลด์ ทรัมป์ โดยหากได้รับการรับรอง เขาจะเป็นประธานเฟดที่มีความมั่งคั่งมากที่สุด *** กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เผยว่า สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.พ. หลังจากทรงตัวในเดือนม.ค. ขณะที่ผลสำรวจรอยเตอร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของสินค้าคงคลังในภาคค้าส่ง โดยสินค้าคงคลังถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ และเป็นหนึ่งในตัวแปรที่มีความผันผวนสูงที่สุด ขณะที่ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 1.5% และเพิ่มขึ้น 3.97% เมื่อเทียบปี โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน *** ประเทศในหมู่เกาะห่างไกลในมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังเผชิญผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตพลังงานโลก ขณะที่ประชาชนต้องรับมือกับการจำกัดการใช้น้ำมัน ตลอดจนต้นทุนอาหารและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่เพิ่มสูงขึ้น โดยหน่วยงานด้านมนุษยธรรมเตือนว่า วิกฤตดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน และน้ำมันก๊าดในปาปัวนิวกินีพุ่งขึ้นสูงถึง 70% นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้น *** จิม เครเมอร์ จาก CNBC กล่าวถึงมรดกทางธุรกิจของทิม คุก โดยชี้ว่า ซีอีโอของ Apple ผู้นี้สามารถสร้างความสำเร็จที่หลายคนในโลกธุรกิจมองว่าแทบเป็นไปไม่ได้ พร้อมยกย่องว่าเขาได้สร้างบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้คุกจะเผชิญข้อกังขาในช่วงแรกหลังรับตำแหน่งต่อจากสตีฟ จ็อบส์ แต่ตลอดระยะเวลาการบริหาร หุ้นของ Apple ปรับตัวขึ้นราว 1,900% และยังสามารถสร้างความผูกพันกับลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง ก่อนที่เขาจะส่งต่อตำแหน่งให้จอห์น เทอร์นัสในเดือนก.ย. นี้ *** United Airlines ปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2026 ลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังเผชิญต้นทุนน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงจากสงครามอิหร่าน โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้นแบบปรับแล้วจะอยู่ที่ 7–11 ดอลลาร์ ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 12–14 ดอลลาร์ซึ่งประกาศไว้ในเดือนม.ค. สายการบินระบุว่าได้เริ่มลดแผนการบินบางส่วนเพื่อลดต้นทุน ขณะที่นักวิเคราะห์ได้ทยอยปรับประมาณการลงก่อนหน้านี้แล้ว โดยข้อมูลจาก LSEG คาดว่ากำไรทั้งปีของ United จะอยู่ที่ราว 9.58 ดอลลาร์ต่อหุ้น *** SpaceX เปิดเผยว่าได้ทำข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ Cursor มูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ภายในปีนี้ หรืออาจจ่ายเป็นเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์เพื่อร่วมมือระหว่างกัน ตามแผนของบริษัทภายใต้การนำของอีลอน มัสก์ เพื่อแข่งขันในตลาดเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI *** รัฐบาลไต้หวันเปิดเผยวานนี้ (21 เม.ย.) ว่า ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ จำเป็นต้องยกเลิกการเดินทางเยือนเอสวาตินี ประเทศขนาดเล็กในแอฟริกาตอนใต้ในสัปดาห์นี้ โดยระบุว่ามีสาเหตุมาจากอิทธิพลระหว่างประเทศของจีน เดิมนั้น ผู้นำไต้หวันมีกำหนดออกเดินทางในวันนี้ เพื่อเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งที่สองนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อสองปีก่อน และจะเดินทางกลับในวันจันทร์หน้า *** รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สกัดและขึ้นตรวจเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรชื่อ M/T Tifani เพื่อตัดวงจรเครือข่ายการขนส่งของอิหร่าน โดยกระทรวงกลาโหมระบุว่า จะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายทางทะเลเพื่อขัดขวางเครือข่ายที่ผิดกฎหมายและสกัดกั้นเรือที่ถูกคว่ำบาตรซึ่งให้การสนับสนุนแก่อิหร่าน *** ผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตกลุ่มเล็กได้เข้าถึงโมเดลปัญญาประดิษฐ์ใหม่ของ Anthropic PBC ที่ชื่อ Mythos ซึ่งบริษัทระบุว่าอาจถูกนำไปใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์ที่เป็นอันตรายได้ กลุ่มผู้ใช้ดังกล่าวเข้าถึงระบบผ่านหลายวิธี ทั้งการใช้สิทธิ์เข้าถึงของบุคคลหนึ่งที่ทำงานกับผู้รับเหมาภายนอกของ Anthropic และการใช้เครื่องมือสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โดยบริษัทระบุว่ากำลังตรวจสอบกรณีการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตนี้ และขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานว่าการเข้าถึงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบของบริษัท |