| “สันติธาร” ชี้ไทยกำลังเจอ Double Squeeze คลื่นยักษ์ 3 ระลอก พลังงานแพง-ของแพง-กำลังซื้ออ่อนแรง ชู 5T มุ่งเป้าเยียวยาตรงจุด-เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ Green Logistics ดึง SME ร่วมขับเคลื่อน นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ประเทศไทยเปรียบเสมือนเรือ ที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย 3 ด้านคือ เครื่องยนต์เริ่มช้าลง , จุดเปราะบางของเรือ เห็นได้จากปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งไทยมีการนำเข้าพลังงานสูง และคลื่นยักษ์จากโลกใหม่ ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของประเทศไทย จำเป็นต้องลงทุน จำเป็นต้องเพิ่ม Productivity ให้กับคน “ปัจจุบัน ไทยกำลังเจอคลื่นยักษ์ 3 ระลอก ที่ทำให้เรือรั่ว คือ ระลอกที่ 1 พลังงานแพงขึ้น , ระลอกที่ 2 ของแพง และระลอกที่ 3 กำลังซื้ออ่อนแรง จากเงินในกระเป๋าน้อยลง ทั้งธุรกิจและคนกำลังถูกเรียกว่า Double Squeeze นี่คือสิ่งที่กำลังรออยู่ ในจุดที่ไทยมีความเปราะบางอยู่แล้ว หนี้ครัวเรือนอยู่ที่กว่า 80% ต่อจีดีพี”นายสันติธาร กล่าว โลกจะไม่กลับไปเหมือนเดิม โลกกำลังเปลี่ยนจากยุคที่เน้นประสิทธิภาพและราคาถูก ไปสู่โลกที่เน้น ความมั่นคงเป็นหลัก โดยความปลอดภัยจะมีความ Premium ความปลอดภัยจะหอมหวาน และไทยกำลังเป็นแบบนั้น เมื่อรวมความถูก เมื่อรวมความปลอดภัย ไทยจึงกลายเป็นที่ที่น่าลงทุน เห็นได้จากไตรมาสแรกที่ผ่านมา ตัวเลข BOI มีเงินลงทุนจริงรวม 1.01 ล้านล้านบาท และกำลังเข้ามาในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI , DATA CENTER , GREEN ECONOMY , Electronics ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่โลกต้องการ โจทย์ด้านนโยบายไม่ใช่แค่ตั้งรับ แต่โจทย์ต้องประคองวันนี้ พร้อมกับการสร้างพรุ่งนี้ไปพร้อมกัน ต้องตั้งรับ และมีนโยบายเชิงรุก ซึ่งประกอบด้วย 5T 1.Target มุ่งเป้า กลุ่มเป้าหมายชัดเจน ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยมาตรการเยียวยาต้องแม่นยำตามโจทย์ของแต่ละระลอก เช่น ช่วยกลุ่มขนส่งในช่วงพลังงานแพง และสนับสนุนเงินช่วยเหลือวงกว้างเมื่อเกิดภาวะของแพง รวมถึงช่วยร้านค้าเล็กๆ ที่ถูกบีบจากรายได้ที่ลดลง 2.Transition ใช้โอกาสนี้เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Green Logistics) และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อปิดจุดอ่อนเดิมของประเทศ เพื่อลดจุดเปราะบาง สร้างเครื่องยนต์ใหม่ ที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน 3.Transform ปรับตัวสู่ยุคใหม่ เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่มองหา พื้นที่ปลอดภัย มาสร้างเครือข่ายการผลิตในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่คนไทยและ SME 4.Transparent โปร่งใส ตรวจสอบ รายงาน ผลการใช้จ่ายเงินกู้อย่างเป็นระบบ โดยทุกโครงการต้องตรวจสอบได้และโปร่งใส โดยการนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการ 5.Together ขับเคลื่อนร่วมกัน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย โดยอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และคนทุกวัย เพื่อเปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับประเทศ และทำให้ไทยกลับมาแข็งแกร่งบนเวทีโลกอีกครั้งอย่างยั่งยืน "เราจะส่งผ่านเรือหน้าตาแบบไหนให้คนรุ่นต่อไป เราจะเรือที่จะบอกว่า ใช้ฝีมือขับเรือลำนี้ผ่านคลื่นไปให้ได้ อยู่รอด แต่เครื่องยนต์ยังเก่า ที่นั่นไม่ได้มีให้ทุกคนนั่ง แล้วส่งให้คนรุ่นต่อไป ในน่านน้ำใหม่ เขาจะทำอย่างไร หรือ เราจะใช้วิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส ใช้คลื่นลมเป็นพลังภายใน อัพเกรดเครื่องยนต์ให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ วิ่งได้เร็วขึ้นไปไกลได้มากขึ้น อุดรอยรั่วให้ความมั่นคงทางพลังงานไม่เป็นจุดอ่อนอีกต่อไป อัพเกรดที่นั่งให้นั่งสบายสำหรับทุกคน ไม่ว่าคนรุ่นใหม่ หรือ คนตัวเล็กตัวใหญ่ เราจะเลือกอันไหน เชื่อว่า ทุกท่านอยากเลือกอันที่ 2 และเราสามารถเลือกได้ ไม่ง่ายแต่สามารถทำได้หากทำด้วยกัน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาควิชาการ ประชาชน มาร่วมกันสร้างเรือที่สามารถส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป ไม่ใช่แค่รอด แต่ไปสู่โลกได้ในเวทีโลกได้" นายสันติธาร กล่าว อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |