
คุณเคยตั้งคำถามไหมว่า ในวันที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทในทุกอณูของชีวิต แล้วทิศทางของ “มนุษย์” ในตลาดแรงงานจะเป็นอย่างไรต่อไป? นี่คือ คำถามสำคัญที่ไม่เพียงแต่คนทำงานต้องรู้ แต่นักลงทุนอย่างเราก็ต้องจับตามอง เพราะการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างแรงงาน คือ กระจกสะท้อนเมกะเทรนด์ (Megatrends) ของโลกที่จะกำหนดทิศทางกระแสเงินทุนในอนาคต

ล่าสุด สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (Bureau of Labor Statistics: BLS) ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับการคาดการณ์แนวโน้มการจ้างงานในช่วง 10 ปีข้างหน้า (ระหว่างปี 2567 – 2577) โดยระบุว่า แม้ AI จะเก่งกาจแค่ไหน แต่เศรษฐกิจยังต้องการแรงงานมนุษย์เพิ่มขึ้นอีกกว่า 5.2 ล้านตำแหน่ง หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 3.1%
แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขรวม มันอยู่ที่ “ไส้ใน” ว่างานกลุ่มไหนที่โตระเบิด และงานกลุ่มไหนที่กำลังทรงตัว วันนี้จะพาไปเจาะลึก 10 อันดับอาชีพที่จะเติบโตไวที่สุด พร้อมวิเคราะห์นัยสำคัญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้
| อันดับ | ชื่ออาชีพ (ภาษาไทย / อังกฤษ) | อัตราการเติบโต | กลุ่มอุตสาหกรรม |
| 1 | ช่างเทคนิคกังหันลม(Wind Turbine Service Technicians) | 50% | พลังงานสะอาด (Clean Energy) |
| 2 | ช่างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์(Solar Photovoltaic Installers) | 42% | พลังงานสะอาด (Clean Energy) |
| 3 | พยาบาลวิชาชีพ(Nurse Practitioners) | 40% | สุขภาพและการแพทย์ (Healthcare) |
| 4 | นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล(Data Scientists) | 34% | ดิจิทัลและข้อมูล (Tech & Data) |
| 5 | นักวิเคราะห์ความปลอดภัยข้อมูล(Information Security Analysts) | 29% | ดิจิทัลและข้อมูล (Tech & Data) |
| 6 | ผู้จัดการด้านการแพทย์ และบริการสุขภาพ(Medical and Health Services Managers) | 23% | สุขภาพและการแพทย์ (Healthcare) |
| 7 | ผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด(Physical Therapist Assistants) | 22% | สุขภาพและการแพทย์ (Healthcare) |
| 8 | นักคณิตศาสตร์ประกันภัย(Actuaries) | 22% | ดิจิทัลและข้อมูล (Tech & Data) |
| 9 | นักวิเคราะห์การวิจัยดำเนินงาน(Operations Research Analysts) | 21% | ดิจิทัลและข้อมูล (Tech & Data) |
| 10 | ผู้ช่วยแพทย์(Physician Assistants) | 20% | สุขภาพและการแพทย์ (Healthcare) |
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ BLS เราสามารถแบ่งกลุ่มอาชีพที่มาแรงที่สุดออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับธีมการลงทุนระดับโลกได้อย่างชัดเจน ดังนี้:
เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับหลายคน แต่ไม่แปลกใจสำหรับนักวิเคราะห์ เมื่อ 2 อันดับแรกของอาชีพที่โตไวที่สุด ไม่ใช่นักเขียนโค้ด แต่กลับเป็น “ช่างเทคนิค” ที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
1. ช่างเทคนิคกังหันลม (Wind Turbine Service Technicians)
2. ช่างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Photovoltaic Installers)
วิเคราะห์เจาะลึก : ทำไมอาชีพสายนี้ถึงโตกระโดด? คำตอบสั้นๆ คือ “โลกต้องการไฟฟ้ามหาศาล” ในขณะที่ AI ฉลาดขึ้น Data Center ที่เปรียบเสมือนสมองของ AI ก็ต้องการพลังงานไฟฟ้าในการประมวลผลเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ประกอบกับการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ความต้องการพลังงานสะอาดพุ่งสูงขึ้น
ดังนั้น การสร้าง Data Center แห่งใหม่ หรือการขยายโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรที่จะมาติดตั้ง ดูแลและซ่อมบำรุงระบบเหล่านี้ เติบโตเป็นเงาตามตัว นี่คือ สัญญาณที่ชัดเจนว่าหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก ยังคงมีพื้นฐานความต้องการรองรับที่แข็งแกร่งในระยะยาว
หากกลุ่มพลังงาน คือ อนาคตของเทคโนโลยี กลุ่มสุขภาพก็คือความจริงของโครงสร้างประชากร สหรัฐฯ (และทั่วโลก) กำลังเผชิญกับสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ส่งผลให้อาชีพสายนี้กวาดพื้นที่ใน Top 10 ไปถึง 4 ตำแหน่ง
3. พยาบาลวิชาชีพ (Nurse Practitioners)
6. ผู้จัดการด้านการแพทย์ และบริการสุขภาพ (Medical and Health Services Managers)
7. ผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด (Physical Therapist Assistants)
10. ผู้ช่วยแพทย์ (Physician Assistants)
วิเคราะห์กลุ่มอาชีพ สุขภาพและการแพทย์ : ตัวเลขการจ้างงานในภาคส่วนนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5 แสนตำแหน่ง ปัจจัยขับเคลื่อนหลักไม่ได้มีแค่จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอัตราการเกิดโรคเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็ง ที่ต้องการการดูแลต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เทรนด์การรักษาเริ่มเปลี่ยนจากโรงพยาบาลไปสู่การดูแลที่บ้าน และการดูแลระยะยาวมากขึ้น ทำให้อาชีพอย่างผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด และพยาบาลวิชาชีพ เป็นที่ต้องการอย่างมากเพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ใครที่มองหาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ นี่คือ เทรนด์ที่ยืนยันว่า คุณมาถูกทางแล้ว
แน่นอนว่า เราหนีไม่พ้นสายงานเทคโนโลยี แต่ความน่าสนใจ คือ มันไม่ใช่แค่คนเขียนโปรแกรมทั่วไป แต่เป็นคนที่ “จัดการข้อมูล” และ “วิเคราะห์ความเสี่ยง”
4. นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientists)
5. นักวิเคราะห์ความปลอดภัยข้อมูล (Information Security Analysts)
8. นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuaries)
9. นักวิเคราะห์การวิจัยดำเนินงาน (Operations Research Analysts)
วิเคราะห์กลุ่มอาชีพ ดิจิทัลและข้อมูล : กลุ่มอาชีพด้านคอมพิวเตอร์และการคำนวณเติบโตเร็วเป็นอันดับ 2 ในภาพรวม สาเหตุหลักมาจากการที่ธุรกิจต่างๆ ต้องการนำ AI มาใช้จริง (AI Adoption) ซึ่งต้องอาศัย นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ในการสร้างโมเดลและวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล
ในทางกลับกัน ยิ่งข้อมูลมีค่ามากเท่าไหร่ โจรไซเบอร์ก็ยิ่งจ้องจะโจมตีมากเท่านั้น ความถี่และความรุนแรงของการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ นักวิเคราะห์ความปลอดภัยข้อมูล กลายเป็น “ยามเฝ้าประตู” ที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกองค์กร
อีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ คือ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจต้องการการประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำขึ้น โดยใช้ข้อมูลทางสถิติและคณิตศาสตร์ขั้นสูง ซึ่ง AI ยังเข้ามาแทนที่ในส่วนของการตัดสินใจที่ซับซ้อนได้ไม่สมบูรณ์นัก
ข้อมูลจาก BLS ไม่ได้บอกแค่ว่า “ลูกหลานเราควรเรียนอะไร” แต่กำลังกระซิบต่อนักลงทุนอย่างเราถึง “Sector Rotation” หรือการหมุนเวียนของกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะเป็นผู้ชนะในทศวรรษหน้า
การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานครั้งนี้ ยืนยันว่า AI ไม่ได้เข้ามาแย่งงานทั้งหมด แต่เข้ามาเปลี่ยน “รูปแบบ” ของงาน และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง
สำหรับท่านที่สนใจข้อมูลเชิงลึกด้านการเงิน การลงทุน หรือต้องการวิเคราะห์หุ้นรายตัวที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์เหล่านี้ สามารถติดตามบทความวิเคราะห์เจาะลึกเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ eFinThai ของเรา เพราะที่นี่…เรื่องการลงทุน เราจัดเต็มให้คุณเสมออ้างอิงจาก bls.gov