ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวขึ้นในวันพุธ (25 ก.พ.) โดยยังมีแรงบวกต่อเนื่องจากหุ้นเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นและแตะระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนและผลกระทบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกลับมาโฟกัสประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,482.15 จุด เพิ่มขึ้น 307.65 จุด (+0.63%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,946.13 จุด เพิ่มขึ้น 56.06 จุด (+0.81%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 23,152.08 จุด เพิ่มขึ้น 288.40 จุด (+1.26%) ดัชนีแนสแดคปิดบวกอย่างแข็งแกร่งโดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิป หลังจากที่ตลาดเผชิญความผันผวนจากความกังวลเรื่องการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI และผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ Nvidia รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบการเงิน 2026 อยู่ที่ 68,130 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นราว 3% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟียปรับตัวขึ้น 1.6% ก่อนการประกาศงบ Nvidia ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ของ S&P พุ่งขึ้น 2.9% หลังจากก่อนหน้านี้ร่วงลง 23% ตั้งแต่ต้นปี แซค ฮิลล์ หัวหน้าฝ่ายบริหารพอร์ตการลงทุนของ Horizon Investments กล่าวว่า ตลาดกำลังถ่วงน้ำหนักระหว่างมุมมองเชิงลบกับราคาหุ้นบางกลุ่มที่ร้อนแรง โดยมองว่าความกังวลเรื่องที่ AI อาจเข้ามาดิสรัปต์ธุรกิจ มีน้ำหนักมากกว่าความกังวลเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน ด้านทอม บาร์กิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาริชมอนด์ ระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่า AI จะเข้ามาแทนที่แรงงาน โดยเทคโนโลยีดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานและทำให้ตลาดแรงงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในบรรดา 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 พบว่า กลุ่มเทคโนโลยีทำผลงานดีที่สุด ปิดที่ +1.79% ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมลดลงมากที่สุด ปิดที่ -0.79% 
ภาพรวมหุ้นรายตัว - หุ้น Axon Enterprise พุ่ง 17.6% หลังรายงานกำไรไตรมาส 4 สูงกว่าคาด - หุ้น First Solar ร่วง 13.6% และ Lowe's Companies ลดลง 5.6% หลังเผยคาดการณ์ยอดขายทั้งปีต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยฉุดหุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยและบริษัทสร้างบ้านปรับตัวลดลง แม้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ระยะ 30 ปี จะลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีครึ่งก็ตาม - หุ้นกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อ่อนตัวลง หลัง Diageo คาดยอดขายปี 2026 จะลดลง 2-3% และปรับลดเงินปันผลระหว่างกาลลงครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้หุ้น Brown-Forman ร่วง 7.6% และ Molson Coors ลดลง 4.8% - หุ้น GoDaddy ดิ่ง 14.3% หลังคาดการณ์รายได้ทั้งปีต่ำกว่าที่วอลล์สตรีทคาด นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการของ Salesforce, Intuit และ Snowflake อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความผันผวนของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ ภาพรวมการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายโดยรวมในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 17,500 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลอด 20 วัน ซึ่งอยู่ที่ 20,270 ล้านหุ้น - ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กมีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.78 ต่อ 1 โดยมีหลักทรัพย์ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ 635 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 98 ตัว - ตลาดหลักทรัพย์แนสแดค มีหุ้นบวก 3,148 ตัว และหุ้นลบ 1,557 ตัว คิดเป็นสัดส่วน 2.02 ต่อ 1 - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 50 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 9 ตัว ส่วนดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 127 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 94 ตัว ที่มา Reuters 
|