
ภาพข่าวความเสียหายจากมหาอุทกภัยที่โหมกระหน่ำจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงภาพข่าวพยากรณ์อากาศผ่านตา แต่สำหรับพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ นั่นคือ “ฝันร้าย” ที่ตื่นขึ้นมาแล้วยังต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่เจ็บปวด ร้านค้าที่สร้างมากับมือจมอยู่ใต้น้ำ สินค้าเสียหาย และทรัพย์สินที่สะสมมาทั้งชีวิตถูกกระแสน้ำพัดพาไปต่อหน้าต่อตา
ในโลกของการลงทุน เรามักคุ้นเคยกับคำว่า “Cut Loss” เพื่อหยุดความเสียหาย แต่กับภัยธรรมชาติระดับนี้ ไม่มีปุ่มหยุดความสูญเสียให้กด และมันทำหน้าที่เหมือนการ “Force Sell” ล้างพอร์ตชีวิตจนเหลือศูนย์โดยที่เราไม่ได้ตั้งตัว ความเจ็บปวดทางการเงินและจิตใจในช่วงเวลานี้ เป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตที่มืดมนที่สุด ประวัติศาสตร์โลกได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ทรัพย์สิน” อาจถูกน้ำท่วมทำลายได้ แต่ “วิญญาณของผู้ประกอบการ” และ “ปัญญา” คือสิ่งที่กระแสน้ำไม่อาจพรากไป และนั่นคือต้นทุนสำคัญที่จะทำให้ใครบางคนสามารถพลิกฟื้นจากติดลบ กลับมายืนใหม่ได้อย่างสง่างาม และมั่งคั่งยิ่งกว่าเดิม
efin ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวสงขลาและผู้ประสบภัยทุกท่าน พร้อมกับขอนำเสนอ “คู่มือการกู้ชีวิต” ผ่านกรณีศึกษาจริงของ 3 นักธุรกิจระดับโลก ที่เคยหมดเนื้อหมดตัวจากสายน้ำ แต่พวกเขากลับมาได้ด้วย Mindset และการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มองไม่เห็น เพื่อเป็นแสงสว่างและแนวทางให้ท่านจัด “พอร์ตชีวิต” ใหม่ ให้กลับมาผงาดได้อีกครั้ง…

“เมื่อเงินตราพ่ายแพ้ต่อน้ำใจ: บทเรียนจาก John Mackey ในวันที่ Whole Foods เกือบล้มละลายแต่ได้ ‘กำไร’ เป็นชีวิตใหม่” ย้อนกลับไปในช่วงปี ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) John Mackey ยังเป็นเพียงผู้ประกอบการหนุ่มที่มีวิสัยทัศน์ เขาเพิ่งเปิดร้าน Whole Foods Market สาขาแรกที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ได้เพียงปีเดียว กิจการกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในวัน Memorial Day เมื่อพายุฝนครั้งประวัติศาสตร์ถล่มเมืองออสติน จนเกิดเป็นอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 70 ปี
ความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้
ระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 8 ฟุต ได้ทะลักเข้าท่วมร้านของเขาอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากได้ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ผักผลไม้สด อุปกรณ์ทำความเย็นราคาแพง และโครงสร้างพื้นฐานของร้าน ทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำและถูกปกคลุมไปด้วยโคลนตมหนาทึบ
สถานะทางการเงินวิกฤต: อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าความเสียหายทางกายภาพ คือข้อเท็จจริงทางการเงินที่ John Mackey ต้องเผชิญ เขาค้นพบว่าธุรกิจของตนเอง “ไม่ได้ทำประกันภัยครอบคลุมกรณีน้ำท่วม”
จากการประเมินเบื้องต้น ความเสียหายในครั้งนั้นมีมูลค่าสูงถึง 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากเทียบค่าเงินเฟ้อมาสู่ยุคปัจจุบัน ตัวเลขนี้ถือเป็นจำนวนมหาศาลสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ในทางเทคนิคแล้ว สถานะของ John Mackey ในขณะนั้นคือ “บุคคลล้มละลาย” เนื่องจากเขาไม่มีกระแสเงินสดเหลือเพียงพอที่จะซ่อมแซมร้าน และยังมีภาระหนี้สินกับธนาคารและซัพพลายเออร์กองพะเนิน
John Mackey ได้กล่าวถึงความรู้สึกในขณะนั้นผ่านหนังสือ Conscious Capitalism ว่า เขารู้สึกสิ้นหวังและคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว เขาพร้อมที่จะยอมแพ้และปิดกิจการถาวร
จุดเปลี่ยน: พลังแห่งทุนทางสังคม
ในขณะที่ John Mackey กำลังถอดใจและมองไม่เห็นหนทางรอด ตามหลักการลงทุนทั่วไป ธุรกิจที่มีสภาพคล่องเป็นศูนย์และสินทรัพย์เสียหายหนักขนาดนี้ คือจุดที่ต้องตัดขาดทุน ทันที แต่สิ่งมหัศจรรย์กลับเกิดขึ้น เมื่อความช่วยเหลือหลั่งไหลเข้ามาไม่ใช่ในรูปแบบของเงินทุน แต่เป็น “ทุนทางสังคม” ที่เขาได้สั่งสมไว้โดยไม่รู้ตัว
ลำดับเหตุการณ์การฟื้นฟู:
ด้วยพลังของความร่วมมือเหล่านี้ ทำให้ร้าน Whole Foods Market ที่ดูเหมือนจะพังพินาศ สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งในเวลาเพียง 28 วัน ซึ่งถือเป็นปาฏิหาริย์ในวงการธุรกิจค้าปลีก
บทเรียนสำหรับนักลงทุน
จากเหตุการณ์ดังกล่าว John Mackey ได้ตกผลึกทางความคิดจนนำไปสู่ปรัชญาการบริหารที่เรียกว่า “Stakeholder Capitalism” หรือทุนนิยมที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า
ดังนั้น บทเรียนจาก John Mackey จึงสอนให้เรารู้ว่า การสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่งไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขกำไรในไตรมาสเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ว่า ในวันที่คุณล้มลง จะมีใครบ้างที่พร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วยพยุงให้คุณลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

“เดิมพันด้วยใจแลกใจ ผู้นำที่กล้าขาดทุนกำไรเพื่อชนะใจคน ในวิกฤตมหาอุทกภัย 54” ข้ามฝั่งมาที่ประเทศไทย หากพูดถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 (2011) ภาพจำที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้น คุณตัน ภาสกรนที ที่ต้องยืนมองโรงงานผลิตเครื่องดื่ม “อิชิตัน” ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จมอยู่ใต้น้ำ ทั้งที่โรงงานแห่งนี้เพิ่งลงทุนสร้างเสร็จใหม่ๆ ด้วยเม็ดเงินลงทุนหลายพันล้านบาท และเพิ่งเดินเครื่องจักรได้ไม่นาน
ความเสียหาย: เมื่อสินทรัพย์จมอยู่ใต้น้ำ
ในมุมมองของการบริหารความเสี่ยง สถานการณ์ของอิชิตันในเวลานั้นจัดอยู่ในเกณฑ์ “วิกฤตขั้นสูงสุด” ภาพของโรงงานมูลค่าการลงทุนหลายพันล้านบาทที่จมอยู่ใต้น้ำ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ตัวอาคารที่เสียหาย แต่หมายถึงหัวใจหลักของธุรกิจที่หยุดเต้น
ผลกระทบทางการเงินและปฏิบัติการ
กลยุทธ์การกลับมา: ภาวะผู้นำที่เหนือกว่าตำราบริหาร
ในขณะที่ผู้บริหารหลายท่านอาจเลือกที่จะลดความเสียหายด้วยการปลดพนักงาน เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน หรือเลือกที่จะหนีปัญหาไปตั้งหลัก แต่ คุณตัน ภาสกรนที กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
บทเรียนสำหรับนักลงทุน: ความเชื่อมั่นคือสกุลเงินที่มีค่าที่สุด
กรณีศึกษาของ อิชิตัน และคุณตัน ภาสกรนที ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ในโลกของการลงทุนและการทำธุรกิจ “ภาพลักษณ์แบรนด์” (Brand Image) และ “ความเชื่อมั่น” (Trust) มีมูลค่ามหาศาลดั่งทองคำ
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์: หลังจากวิกฤตผ่านพ้นไป เมื่อสินค้าอิชิตันกลับมาวางจำหน่ายบนชั้นวาง ผู้บริโภคไม่ได้มองเห็นเพียงแค่ขวดชาเขียว แต่มองเห็น “แบรนด์ที่มีหัวใจ” ส่งผลให้ยอดขายพุ่งทะยานและส่วนแบ่งการตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้อิชิตันสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้สำเร็จในเวลาต่อมา
สิ่งที่นักลงทุนควรตระหนัก: บริษัทที่น่าลงทุนที่สุด อาจไม่ใช่บริษัทที่มีตัวเลขงบการเงินสวยหรูเพียงอย่างเดียว แต่คือบริษัทที่มี “ผู้นำ” (Leader) ที่มีวิสัยทัศน์ในการจัดการวิกฤตและให้ความสำคัญกับ “คน” เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ผู้นำและทีมงานที่แข็งแกร่งเท่านั้น ที่จะพาองค์กรฝ่าคลื่นลมและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนได้ในอนาคต

“จากหยดน้ำตาแห่งความสูญเสีย สู่สาเกแห่งความหวัง บทเรียนการบริหารสินทรัพย์ที่ Dassai มอบให้แก่โลกธุรกิจ” ข้ามมาที่ประเทศญี่ปุ่น กับแบรนด์สาเกพรีเมียมระดับโลกอย่าง Dassai (ดัสไซ) โดยตระกูลซากุราอิ ในปี 2018 ญี่ปุ่นเผชิญกับอุทกภัยและดินถล่มครั้งรุนแรงในฝั่งตะวันตก ซึ่งโรงกลั่นของ Dassai ตั้งอยู่ในพื้นที่ประสบภัยนั้น
ความเสียหายทางการเงิน: เมื่อมาตรฐานสูงเสียดฟ้า กลายเป็นกับดัก
สำหรับกระบวนการผลิตสาเกระดับซูเปอร์พรีเมียม การควบคุมอุณหภูมิในถังหมักถือเป็นหัวใจสำคัญสูงสุด การที่ไฟฟ้าดับทำให้ระบบทำความเย็นหยุดทำงาน ส่งผลให้สาเกจินโจ (Ginjo) ในถังหมักจำนวนมหาศาล ซึ่งมีปริมาณเทียบเท่ากับขวดขนาดปกติถึง 6 แสนขวด มีอุณหภูมิสูงขึ้นจนผิดเพี้ยนไปจากมาตรฐานที่กำหนดไว้
วิกฤตทางบัญชีและการผลิต: แม้ว่ารสชาติของสาเกเหล่านั้นจะยังคงมีความกลมกล่อมและดื่มได้ดีในสายตาคนทั่วไป ทว่าสำหรับแบรนด์ Dassai ที่ยึดมั่นในคุณภาพระดับ “Perfect” หากคุณภาพลดลงเพียงเล็กน้อย หรือไม่ถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (เช่น การขัดข้าว หรือกลิ่นสัมผัส) ย่อมไม่สามารถบรรจุขวดขายภายใต้แบรนด์เดิมได้
ตามปกติของหลักการบัญชีและการควบคุมคุณภาพ สินค้าล็อตนี้ หรือที่เรียกว่า “Off-spec products” จะต้องถูกจำหน่ายออกจากบัญชีด้วยการ “เททิ้ง” ทั้งหมด ซึ่งหมายถึงการสูญเสียต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงการผลิตไปอย่างมหาศาล อีกทั้งยังสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ในช่วงเวลานั้นไปอย่างน่าเสียดาย
กลยุทธ์การกลับมา ศิลปะแห่งการ Re-package และความคิดสร้างสรรค์
ในขณะที่ทีมงานส่วนใหญ่เตรียมใจที่จะทำลายสินค้าล็อตนี้ทิ้ง คุณคาซูฮิโระ ซากุราอิ (Kazuhiro Sakurai) ประธานบริษัท Asahi Shuzo ได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่แตกต่าง เขาได้ชิมสาเกเหล่านั้นและพบว่า “มันยังเป็นสาเกที่ดี เพียงแต่ไม่ใช่ Dassai ที่เราคุ้นเคย”
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเกิดไอเดียในการแปลง “สินทรัพย์ด้อยค่า” ให้กลายเป็น “สินทรัพย์เพื่อสังคม” โดยใช้กลยุทธ์ดังนี้:
ผลปรากฏว่า ทันทีที่วางจำหน่าย สาเกรุ่น “Dassai Shima Kosaku” ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามและจำหน่ายหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว เปลี่ยนจากสินค้าที่เตรียมจะถูกทิ้ง ให้กลายเป็น Rare Item ที่นักสะสมและนักดื่มต่างเสาะหา
บทเรียนสำหรับนักลงทุน ความยืดหยุ่นคือหัวใจของการบริหารสินทรัพย์
กรณีศึกษาของ Dassai สะท้อนให้เห็นถึงหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการสินทรัพย์ ที่นักลงทุนควรนำไปปรับใช้:

จากการถอดรหัสเส้นทางการต่อสู้ของมหาเศรษฐีและนักธุรกิจชั้นนำทั้ง 3 ท่าน ไม่ว่าจะเป็น John Mackey แห่ง Whole Foods Market, คุณตัน ภาสกรนที แห่งอาณาจักรเครื่องดื่ม, หรือ ตระกูลซากุราอิ ผู้สร้างตำนานสาเก Dassai สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในฐานะจุดร่วมแห่งความสำเร็จ คือมุมมองต่อ “ความสูญเสีย”
เมื่อมหาอุทกภัยได้พรากทรัพย์สินที่เป็น “วัตถุ” ไม่ว่าจะเป็นเงินสด เครื่องจักร หรือสินค้าคงคลังไปจนหมดสิ้น บุคคลเหล่านี้กลับไม่ได้ปล่อยให้กระแสน้ำพัดพา “สินทรัพย์ที่มองไม่เห็น” ให้หายไปตามสายน้ำด้วย สินทรัพย์เหล่านี้ประกอบไปด้วย สติสัมปชัญญะ, เครือข่ายกัลยาณมิตร, และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์และจิตวิทยาธุรกิจ สิ่งเหล่านี้คือต้นทุนที่ทรงพลังที่สุดในการกอบกู้สถานะทางธุรกิจให้กลับคืนมา
สำหรับท่านผู้อ่านและนักลงทุนทุกท่าน หากท่านต้องเผชิญกับบททดสอบของชีวิต หรือวิกฤตการณ์ ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ขอให้ท่านยึดหลักการบริหาร “พอร์ตโฟลิโอชีวิต” ดังนี้:
1. รักษาสภาพคล่องทางใจ (Mental Liquidity) ให้สูงอยู่เสมอ
2. การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์และเครือข่าย (Human Capital & Network)
3. มองหาโอกาสในการจัดสรรสินทรัพย์ใหม่ (Re-allocation Strategy)
บทสรุป การลงทุนในความรู้และการเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยง จึงมิใช่เพียงการอ่านงบการเงินหรือดูกราฟเทคนิคเท่านั้น แต่คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางการเงินและจิตใจ” ให้แข็งแกร่ง เพราะเมื่อพายุร้ายพัดผ่านเข้ามา คนที่มีพอร์ตชีวิตที่สมดุลและมีสินทรัพย์ที่มองไม่เห็นสะสมไว้มากพอเท่านั้น ที่จะไม่เพียงแค่ “รอดชีวิต” แต่จะสามารถ “เติบโต” และก้าวไปได้ไกลกว่าจุดเดิมที่เคยยืน
หากคุณกำลังมองหาความรู้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้พอร์ตการลงทุนและธุรกิจของคุณ อย่าลืมติดตามบทความวิเคราะห์เจาะลึกแบบนี้ได้ที่ efin.finance/th แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารการเงินการลงทุนที่ครบถ้วนที่สุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกโอกาส แม้ในยามวิกฤต
| ผู้บริหาร / แบรนด์ | แนวคิดหลัก (Key Strategy) | ปัญหาที่พบ (Crisis) | วิธีการแก้ปัญหา (Actions) | ผลลัพธ์ (Result) |
| John Mackey(Whole Foods Market) | ทุนทางสังคม(Social Capital & Stakeholder Capitalism) | • น้ำท่วมหนัก• ไม่มีประกันภัย | • ลูกค้าและชุมชนช่วยกันทำความสะอาด• พนักงานยอมลด/ชะลอเงินเดือน• ซัพพลายเออร์ให้เครดิตสินค้า• ธนาคารช่วยขยายวงเงินกู้ | • กลับมาเปิดร้านใหม่ได้ภายใน 28 วัน• สร้างความภักดีในระยะยาว (Loyalty) |
| คุณตัน ภาสกรนที(ICHITAN) | ภาวะผู้นำ & ใจแลกใจ(Leadership & Empathy) | • เครื่องจักรเสียหายหนัก• รายได้เป็นศูนย์ | • สื่อสารตรงไปตรงมา เน้น “ใจคนห้ามจม”• ไม่ปลดพนักงานและจ่ายเงินเดือนตามปกติ• พนักงานร่วมใจกันทำ Big Cleaning | • ธุรกิจฟื้นตัวเร็ว• แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น• สามารถนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นได้สำเร็จ |
| Dassai Sake(Sakurai Family) | ความคิดสร้างสรรค์ & บริหารสินทรัพย์(Creativity & Asset Management) | • ไฟดับ• สาเกหมักคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐาน | • ไม่ทิ้งสินค้า แต่ Repackage เป็นรุ่นพิเศษ• ร่วมมือการ์ตูนดัง “Shima Kosaku”• นำรายได้จากการขายบริจาคช่วยผู้ประสบภัย | • สินค้าขายดีจนหมด (Sold Out)• สร้างชื่อเสียงและคุณค่าทางสังคม |
อ้างอิงจาก johnpmackey,commonwealthclub,wholefoodsmarket,ichitangroup,dassai,japanforward,animenewsnetwork และ sakestreet