HTC แก้เกมพลาสติกขาดช่วงสงคราม รุกขวดแก้ว-รีไซเคิล ควบคู่ ESG ในระยะยาว

efinAI
HTC แก้เกมเฉพาะหน้ารับมือสงครามฉุดพลาสติกขาดแคลน ต้นทุนพุ่ง เพิ่มสัดส่วนใช้ขวดแก้ว พลาสติกรีไซเคิล วางกลยุทธ์เร่งด่วน เน้นลดต้นทุน ธุรกิจอยู่รอด ส่วนแผนเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนเป็นการเดินทางระยะยาว
สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อไม่เพียงสั่นคลอนเสถียรภาพด้านพลังงานโลก ได้ส่งแรงกระเพื่อมลึกไปถึงห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ เมื่อราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงและซัพพลายตึงตัว ต้นทุนของ “เม็ดพลาสติกบริสุทธิ์” (Virgin Plastic) ซึ่งกลั่นมาจากปิโตรเคมีโดยตรง ก็ปรับตัวตามขึ้นทันที กระทบผู้ผลิตเครื่องดื่มทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลายฝ่ายมองว่านี่คือ “จุดพลิก” ที่จะเร่งให้โลกเลิกพึ่งพาฟอสซิลในการผลิตบรรจุภัณฑ์ และหันมาใช้ พลาสติกรีไซเคิล (rPET) อย่างจริงจัง สอดรับกับกระแสความยั่งยืนที่ภาคธุรกิจและผู้บริโภคทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ
แม้แต่ โคคา-โคลา ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครื่องดื่มโลก ยังประกาศเป้าหมายด้านบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจนภายใต้แคมเปญโลกที่ปราศจากขยะ World Without Waste โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์หลักให้ถึง 30–35% ภายในปี 2035 และเก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วกลับคืนให้ได้ 70–75% ของปริมาณที่วางตลาด แม้ต้องยอมรับว่าได้ปรับลดความทะเยอทะยานของเป้าหมายเดิมลงบ้าง หลังตระหนักว่าความก้าวหน้าในโลกความเป็นจริงยังล้าหลังกว่าที่วางแผนไว้มาก โดย สัดส่วนการใช้ rPET ในบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกของโคคา-โคลาอยู่ที่เพียง 17% ในปี 2023 ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมาย 50% ในปี 2030 อย่างมาก
แม้กระทั่งผู้ประกอบการไทย ต้องยอมรับระหว่าง “อุดมคติ” กับ “ความเป็นจริง” ยังห่างไกลกัน เพราะการยกเลิกพึ่งพาพลาสติกจากฟอสซิลไม่ใช่เรื่องที่กดปุ่มแล้วเปลี่ยนได้ข้ามคืน ตราบใดที่ rPET ยังมีต้นทุนสูงกว่า Virgin Plastic, ซัพพลายในตลาดยังไม่เพียงพอ และระบบนิเวศของการเก็บ-คัดแยก-รีไซเคิลยังไม่แข็งแกร่งพอในระดับที่ขยายผลเชิงพาณิชย์ได้จริง ผู้ประกอบการจึงถูกบีบให้ต้องเลือกระหว่าง ความอยู่รอดวันนี้ กับ อนาคตที่ยั่งยืน โดยที่ทั้งสองเป้าหมายยังไม่อาจเดินหน้าไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ นี่คือโลกความเป็นจริงที่ หาดทิพย์ กำลังเผชิญอยู่ในภาวะสงคราม
พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นและปริมาณซัพพลายเม็ดพลาสติกในตลาดลดลง กระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะ “ราคาเม็ดพลาสติก” วัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ซึ่งขณะนี้มีทั้งต้นทุนสูงขึ้นและปริมาณในตลาดไม่เพียงพอ
“ต้นทุนต้องเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าขนส่งและวัตถุดิบอย่างเม็ดพลาสติก จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เนื่องจากราคาสินค้าเหล่านี้เชื่อมโยงกับราคาน้ำมันโดยตรง”
มองหาทางเลือกบรรจุภัณฑ์ใหม่ ขวดแก้ว-รีไซเคิลอยู่ในเป้า
ทั้งนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่พุ่งสูง บริษัทได้พิจารณาทางเลือกใหม่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะ ขวดแก้ว และ บรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล (rPET) ซึ่งนอกจากจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มที่ชื่นชอบเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโรงงานขวดแก้ว ที่อ.พุนพิน และมีการพัฒนาวงจรการผลิตและการจำหน่ายรองรับระบบ “คืนขวด” ซึ่งช่วยลดต้นทุนในระยะยาวได้จริง เนื่องจากสามารถนำขวดแก้วกลับมาใช้ซ้ำได้หลายรอบ อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาขยะพลาสติก โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมสูง
อย่างไรก็ตาม พลตรีพัชรยอมรับว่า ปัจจุบันสัดส่วนขวดแก้วยังต่ำกว่า 10% ของยอดขายรวม เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมบรรจุภัณฑ์แบบพกพา ทั้งขวด PET และกระป๋อง มากกว่าขวดแก้ว ประกอบกับภูมิประเทศภาคใต้ที่มีลักษณะเป็นเกาะและคาบสมุทร ทำให้การบริหารจัดการขนส่งและเก็บคืนขวดทำได้ยากและมีต้นทุนสูง
“การจะเพิ่มสัดส่วนขวดแก้วเพื่อช่วยแก้ปัญหาต้นทุน รวมถึงการเพิ่มปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลให้จำนวนมาก ในระยะสั้นยังทำได้ยาก เพราะต้องอาศัยการปรับระบบซัพพลายเชนและการลงทุนเพิ่มเติมทั้งระบบนิเวศการผลิต แต่จะช่วยลดปัญหาขยะได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะซึ่งมีความเปราะบางทางธรรมชาติ”
อยู่รอดก่อน ความยั่งยืนเดินหน้าคู่ขนาน
พลตรีพัชรย้ำชัดว่า ในภาวะที่ต้นทุนกดดันหนักเช่นนี้ ลำดับความสำคัญเร่งด่วน (Priority) ขององค์กรคือการบริหารต้นทุนและรักษาความอยู่รอดของธุรกิจก่อนเป็นอันดับแรก ขณะที่เรื่องความยั่งยืนเป็นเป้าหมายระยะยาวที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง และต้องอาศัยเวลาในการสร้างระบบนิเวศทั้งหมด
“ภาวะสงครามยังไม่สามารถทำให้ทั่วโลกพลิกกลับมาใช้พลาสติกรีไซเคิลได้อย่างรวดเร็ว เพราะทุกสิ่งต้องใช้เวลาในการสร้างระบบนิเวศและซัพพลายเชน ที่ผ่านมาพลาสติกรีไซเคิลยังมีต้นทุนสูงกว่าพลาสติกบริสุทธิ์ ดังนั้น Priority ในระยะสั้นคือการบริหารต้นทุนและความอยู่รอดของธุรกิจ ส่วน Sustainability เป็นเป้าหมายระยะยาวที่เดินหน้าต่อเนื่อง”
ต้นแบบรีไซเคิลแห่งแรกของเอเชีย ริเริ่มจากภาคใต้
ด้านแผนความยั่งยืนที่เป็นรูปธรรม บริษัทได้วางโครงสร้างพัฒนาระบบ เก็บขวดพลาสติกกลับคืนสู่โรงงานผลิตเม็ดพลาสติก โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการตลอดซัพพลายเชนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งถือเป็น ต้นแบบแห่งแรกในเอเชีย สำหรับระบบเก็บคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจร แม้ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการและต้องการเวลาในการพัฒนาเพิ่มเติม
ควบคู่กัน บริษัทได้เริ่มลดต้นทุนด้านพลังงานภายในโรงงาน ด้วยการเพิ่มสัดส่วน พลังงานทดแทนเป็นประมาณ 20% ของการใช้พลังงานทั้งหมด และกำลังทดลองนำ รถขนส่งพลังงานสะอาด มาใช้ในระบบกระจายสินค้า เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว
มั่นใจ ยังเติบโตได้แม้ลมแรง
แม้เผชิญแรงกดดันรอบด้าน พลตรีพัชรยืนยันความเชื่อมั่นต่อศักยภาพขององค์กรที่พร้อมปรับตัวรับมือวิกฤติ ได้เช่นเดียวกันกับในปีที่ผ่านมาที่เผชิญทั้งภัยพิบัติ และปัจจัยเชิงลบหลากหลาย ด้วยการวางกลยุทธ์ให้พร้อมเดินหน้า ฝ่าวิกฤติ
“เราเชื่อว่าหากเราบริหารจัดการได้ดี ทั้งรายได้ ต้นทุน การตลาด และนวัตกรรม ยังสามารถเติบโตและไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ ผมอาจไม่ได้มาจากพื้นฐานนักธุรกิจ แต่ผมเชื่อในเรื่องของศรัทธาและความมั่นใจ ทั้งในองค์กร สังคม และประเทศ ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ ก็ยังมีทางแก้ไข ปัญหาทุกอย่างสามารถผ่านไปได้อย่างไม่กลัวและพร้อมรับมือ เพราะอย่างไรวันพรุ่งนี้พระอาทิตย์ก็ยังขึ้นเสมอ สิ่งสำคัญคือการวางกลยุทธ์ที่ดีเพื่อเดินหน้าต่อไป”











