Trans Mountain โชว์ศักยภาพส่งน้ำมัน 8.5 แสนบาร์เรลต่อวัน เล็งขยายความจุเพิ่มใน 2 ปี

รูป Trans Mountain โชว์ศักยภาพส่งน้ำมัน 8.5 แสนบาร์เรลต่อวัน เล็งขยายความจุเพิ่มใน 2 ปี

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 พ.ค. 69 19:40 น.

Trans Mountain ซึ่งเป็นท่อส่งน้ำมันที่มีบทบาทสำคัญต่อการส่งออกของแคนาดา ควรอยู่ภายใต้การถือครองของรัฐในระยะยาว ตามความเห็นของ  Elizabeth Wademan ผู้บริหาร Canada Development Investment Corp. ท่อส่งน้ำมันนี้ได้ขยายความจุเป็น 890,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2024 และมีแผนขยายความจุเพิ่มเติมในช่วงสองปีข้างหน้า

ประเด็นสำคัญ:

  • รัฐบาลแคนาดาเข้าซื้อ Trans Mountain ในปี 2018 และยังคงมองว่าเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์
  • ปัจจุบันระบบทำงานที่ 95% ของความจุ โดยมีการส่งน้ำมัน 850,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือนเมษายน
  • บริษัทกำลังวางแผนเพิ่มความจุเป็นเกือบ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในอนาคต
  • ประเด็นที่ต้องติดตามคือ การเจรจาค่าธรรมเนียมสุดท้าย การพิจารณาขายหุ้น และการมีส่วนร่วมของชุมชนพื้นเมือง

เหตุผลสนับสนุนการถือครอง Trans Mountain โดยแคนาดา

Wademan กล่าวว่า Trans Mountain มี “คุณค่ามหาศาล” และเป็นเส้นทางเดียวที่เชื่อมต่อท่าเรือในบริติชโคลัมเบียสำหรับน้ำมันดิบจากแหล่งทรายน้ำมันอัลเบอร์ตา ทำให้ระบบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเปิดตลาดส่งออกสู่เอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศต่างๆ เช่น จีนและเกาหลีใต้ กำลังแสวงหาทางเลือกด้านพลังงานนอกเหนือจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

รัฐบาลแคนาดาตัดสินใจเข้าซื้อท่อส่งน้ำมันนี้ในปี 2018 หลังจาก Kinder Morgan Inc. มีแนวโน้มจะยกเลิกแผนการขยายงานเนื่องจากการต่อต้านอย่างหนัก แม้รัฐบาลเคยให้คำมั่นว่าจะส่งมอบระบบนี้ให้แก่ภาคเอกชนในอนาคต รวมถึงแนวคิดการเปิดโอกาสให้ชุมชนพื้นเมืองเข้ามาถือหุ้น แต่ในระยะสั้น Ms. Wademan เน้นย้ำว่าประเด็นเชิงกลยุทธ์และจังหวะเวลาในการดำเนินการยังคงต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ

ภาพรวมการดำเนินงานและแผนขยายกำลังการผลิต

ในด้านปฏิบัติการ Trans Mountain ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญในโครงข่ายพลังงานของแคนาดา โดย Mr. Mark Maki ผู้บริหาร Trans Mountain เปิดเผยว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ระบบทำงานที่ 95% ของความจุ และมีการส่งน้ำมันสูงถึง 850,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายความจุของระบบเป็นเกือบ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในสองปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม การเจรจาค่าธรรมเนียมสุดท้ายระหว่าง Trans Mountain กับบริษัทผู้ใช้บริการขนส่งน้ำมันยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความคืบหน้าของแผนงานในอนาคต Mr. Tim Hodgson รัฐมนตรีพลังงาน เคยกล่าวเมื่อปีที่แล้วว่า การขายระบบให้แก่เจ้าของเอกชน รวมถึงกลุ่มชุมชนพื้นเมือง อาจต้องรอให้การตกลงค่าธรรมเนียมและการขยายความจุแล้วเสร็จเสียก่อน

ผลกระทบต่อนักลงทุนและการมีส่วนร่วมของชุมชนพื้นเมือง

สำหรับนักลงทุน ประเด็นของ Trans Mountain ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถือครองระยะยาวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแนวทางการขายหุ้น การมีส่วนร่วมของชุมชนพื้นเมือง และการเจรจาค่าธรรมเนียมสุดท้ายด้วย Mr. Joe Dion ผู้บริหาร Western Indigenous Pipeline Group ระบุว่า แคนาดากำลังได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจาก Trans Mountain และมีศักยภาพที่จะขายหุ้นได้มากถึง 30% ของบริษัทให้กับกลุ่มชนพื้นเมืองตามแนวเส้นทางท่อส่ง

Ms. Wademan ยืนยันว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนพื้นเมืองเป็นเรื่องสำคัญและจะเกิดขึ้น แต่ยังคงมีประเด็นเชิงกลยุทธ์อื่นๆ ที่ต้องแก้ไขเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเหมาะสม หากมีการถือหุ้นโดยชุมชนพื้นเมือง ก็อาจช่วยอำนวยความสะดวกในการขยายท่อส่ง รวมถึงการขยายเส้นทางไปยังท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ Robert Banks ในบริติชโคลัมเบีย

สิ่งที่ตลาดควรจับตาต่อไป

  • ผลการเจรจาค่าธรรมเนียมสุดท้ายระหว่าง Trans Mountain กับบริษัทผู้ใช้บริการ
  • ความคืบหน้าของแผนขยายความจุเป็นเกือบ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในสองปีข้างหน้า
  • ความคืบหน้าเกี่ยวกับการขายหุ้นหรือการมีส่วนร่วมของชุมชนพื้นเมือง รวมถึงสัดส่วนที่อาจขายได้ถึง 30%
  • จังหวะเวลาที่รัฐบาลอาจพิจารณาการขายระบบให้แก่เจ้าของเอกชน เมื่อเงื่อนไขทั้งหมดพร้อม

โดยสรุป Trans Mountain ยังคงเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งออกน้ำมันของแคนาดา และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำมันของผู้ผลิตชาวแคนาดา การตัดสินใจเกี่ยวกับการถือครองในระยะยาวจึงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบายของรัฐ โครงสร้างการส่งออก และความคาดหวังของนักลงทุน



Related Topics

Reported by

efin Reporter

efin Reporter