อินเดียรับอานิสงส์ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ หนุนหุ้นไฟฟ้า-AI

รูป อินเดียรับอานิสงส์ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ หนุนหุ้นไฟฟ้า-AI

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 พ.ค. 69 20:59 น.

อินเดียอาจยังไม่ใช่ตลาดที่โดดเด่นที่สุดในธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) หากมองจากหุ้นชิปหรือผู้พัฒนาโมเดล AI โดยตรง แต่เม็ดเงินลงทุนกำลังไหลไปยังอีกส่วนสำคัญของห่วงโซ่ นั่นคือโครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งรวมถึงกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบพลังงาน และงานก่อสร้างที่รองรับการขยายตัวของ AI ในระยะยาว

ภาพการลงทุนดังกล่าวสะท้อนว่าโอกาสจากธีม AI ไม่ได้กระจุกอยู่เพียงหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่หุ้นอุตสาหกรรมและหุ้นไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับหม้อแปลง สายไฟเบอร์ออปติก ระบบไฟสำรอง และงานระบบสำหรับ hyperscale data centers ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่

หุ้นกลุ่มไฟฟ้าและอุตสาหกรรมกลายเป็นผู้ชนะ

ข้อมูลในบทความระบุว่า หุ้นอย่าง Hitachi Energy India, TD Power Systems และ Schneider Electric Infrastructure ปรับตัวขึ้นมากกว่า 90% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ดัชนี Nifty ลดลงมากกว่า 8% สะท้อนว่าเงินลงทุนกำลังเลือกไปหาธีมที่มีแรงส่งจากอุปสงค์จริง มากกว่าภาพรวมตลาดอินเดียที่ยังถูกกดดันจากความกังวลเรื่อง AI และแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ

การปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มนี้ไม่ได้เกิดจากกระแสเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากบทบาทที่ชัดเจนในห่วงโซ่อุปทานของดาต้าเซ็นเตอร์ เมื่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีต้องการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น ความต้องการด้านพลังงานสำรอง ระบบไฟฟ้าที่เสถียร และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

โอกาสลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ของอินเดียยังเติบโตอีกมาก

CareEdge Ratings ประเมินว่ากำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์ของอินเดียจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าเป็น 4 กิกะวัตต์ ภายในปี 2030 จาก 1.2 กิกะวัตต์ ในปัจจุบัน ขณะที่ PL Capital ประเมินมูลค่าโอกาสการลงทุนมากกว่า 1.5 ล้านล้านรูปี หรือราว 15.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในโครงสร้างต้นทุนของดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบไฟฟ้าคิดเป็นราว 40% ถึง 45% ของต้นทุนทั้งหมด จึงทำให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานมีโอกาสได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการขยายตัวของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลในอินเดีย

ความเสี่ยงด้านมูลค่าเริ่มชัดเจนขึ้น

อย่างไรก็ดี ตลาดเริ่มสะท้อนความร้อนแรงของธีมนี้ผ่านระดับราคาหุ้นแล้วเช่นกัน โดย PL Capital ระบุว่าหุ้นบางตัวมีการซื้อขายด้วยพรีเมียมราว 20% ถึง 30% เมื่อเทียบกับมูลค่าของบริษัทแม่ระดับโลก แม้แนวโน้มธุรกิจยังแข็งแรง แต่ระดับราคาก็ไม่ถูกอีกต่อไป

สำหรับนักลงทุน นี่หมายความว่าโอกาสยังมีอยู่ แต่ต้องระวังความเสี่ยงด้าน valuation มากขึ้น โดยเฉพาะในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงเร็วกว่ากำไรจริง นักลงทุนจึงควรพิจารณาทั้งการเติบโตของคำสั่งซื้อ งานในมือ และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว

บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทย: AI ไม่ได้มีแค่หุ้นเทคโนโลยี

บทเรียนจากอินเดียคือธีม AI ไม่ได้ให้รางวัลกับหุ้นเทคโนโลยีโดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่ยังเปิดโอกาสให้หุ้นในห่วงโซ่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น หุ้นกลุ่มไฟฟ้า, งานระบบ, เครื่องจักรอุตสาหกรรม และ โครงสร้างพื้นฐาน ที่มีรายได้จริงและมีงานในมือรองรับ

  • จับตาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าและพลังงานสำรอง
  • พิจารณาธุรกิจที่มีงานในมือจากดาต้าเซ็นเตอร์หรือโครงการดิจิทัล
  • ประเมินมูลค่าหุ้นเทียบกับการเติบโตของกำไรอย่างรอบคอบ
  • กระจายความเสี่ยงด้วยสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง เช่น ทองคำและพันธบัตร

ในภาวะที่ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของกระแสเงินต่างชาติ การลงทุนในธีม AI จึงควรมองแบบกว้าง ไม่จำกัดแค่หุ้นเทคโนโลยี แต่รวมถึงผู้ได้ประโยชน์จากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI ซึ่งอาจเป็นกลุ่มที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นในรอบลงทุนนี้


Related Topics

Reported by

efin Reporter

efin Reporter