KKP - TISCO ชี้ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งแรง หวั่นฉุด GDPไทยโตแผ่ว แนะรัฐออกมาตรการอุดหนุนตรงจุด- เตรียมรับมือระยะยาว

รูป KKP - TISCO ชี้ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งแรง หวั่นฉุด GDPไทยโตแผ่ว แนะรัฐออกมาตรการอุดหนุนตรงจุด- เตรียมรับมือระยะยาว

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 มี.ค. 69 12:55 น.

 

KKP - TISCO คาดราคาน้ำมันในประเทศพุ่งแรง หวั่นส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ คาด GDPไทยปีนี้ส่อโตลดลง พร้อมแนะรัฐออกมาตรการอุดหนุนตรงกลุ่ม เตรียมพร้อมรับมือระยะยาว

 

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เรื่องผลกระทบจากราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

 

- มองผลพวงจากราคาขายปลีกน้ำมันที่ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลโดยตรงต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนให้ปรับตัวน้อยลง โดยเฉพาะการท่องเที่ยว,การกินอาหารนอกบ้าน และการจ่ายคืนหนี้ ซึ่งเชื่อว่าคงได้รับผลกระทบแน่ๆ รวมถึงยังมีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและปัญหาเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนผลกระทบทางอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยวและส่งออกก็อาจได้รับผลพวงตามไปด้วย

 

- ประเมินผลกระทบต่อ GDP ไทยแบ่งออกเป็น 3 สมมุติฐาน ได้แก่

 

1. หากสงครามการสู้รบในตะวันออกกลางไม่ยืดเยื้อ คาด GDP ปีนี้โต 1.8%

 

2.กรณีราคาน้ำมันในตลาดโลกเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดกดดัน GDP ปีนี้โตลดลงราว 1.4%

 

3. หากสงครามการสู้รบในตะวันออกกลางยืดเยื้อและราคาน้ำมันในตลาดโลกเฉลี่ยพุ่งขึ้นที่ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดกดดัน GDP ปีนี้เหลือโต 0.7%

 

- เชื่อว่าการค่อยๆปล่อยราคาน้ำมันลอยตัวเป็นสิ่งที่ต้องทำ เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและไม่เป็นภาระของกองทุนน้ำมันในอนาคต เพราะแม้ปัจจุบันจะปรับราคาขายปลีกขึ้นมา 6 บาทต่อลิตร แต่กองทุนฯก็ยังต้องใช้เงินอุดหนุนกว่าเดือนละ 4-5 หมื่นล้านบาท รวมถึงยังไม่มีใครรู้ว่าสงครามจะจบลงเมื่อไหร่ การอุดหนุนน้ำมันทุกลิตรจึงเป็นปัญหาจริงๆ

 

- พร้อมแนะรัฐบาลเตรียมออกมาตรการที่อุดหนุนให้ตรงกลุ่มมากขึ้น เช่น กลุ่มขนส่งหรือคนที่มีรายได้น้อย รวมถึงกระจายความเสี่ยงวัตถุดิบพลังงาน ปิโตรเคมี ปุ๋ย แต่ยอมรับว่าไม่ง่าย โดยเฉพาะสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันที่น่าเป็นห่วงมาก

 

"รัฐบาลต้องบริหารจัดการให้ดีที่สุด เนื่องการควบคุมราคาอาจนำไปสู่การขาดแคลนได้ เพราะอาจมีพวกที่ซื้อไปกักตุนเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นที่ต้องควบคุมราคาให้สะท้อนต้นทุนมากที่สุด รวมถึงตรวจสอบพวกที่กักตุนหรือทำให้ราคาสูงกว่าปกติควบคู่ไปด้วย" ดร.พิพัฒน์ กล่าว

 

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) กล่าวว่ากรณีราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นนั้นมีผลกระทบต่อการเติบโตของ GDP ไทยในปีนี้

 

- เดิมประเมินการเติบโตของ GDP ไทยปีนี้ไว้ที่ 1.8% ซึ่งหากราคาน้ำมันเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดว่าจะส่งผลให้ GDP ลดลงมาที่ระดับ 1.2%

 

- มีโอกาสที่การเติบโตของ GDP ไทยปีนี้อาจต่ำกว่า 1.2% หากขาดแคลนน้ำมันต่อเนื่องและทำให้การเดินทาง กลุ่มขนส่ง และภาคปิโตรเคมีต้องหยุดลง ซึ่งจะเป็นดาวน์ไซด์ต่อภาวะเศรษฐกิจ

 

- ประเมินราคาน้ำมันที่ขึ้นมาทุกๆ 10% จะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้น 1% แต่ด้วยราคาน้ำมันในปัจจุบันและเงินเฟ้อไทยที่ยังติดลบ 0.8% คาดว่าจะขึ้นมาอยู่ในกรอบที่แบงก์ชาติคาดไว้ 1-3% จึงทำให้แบงก์ชาติยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

 

- กรณีรัฐบาลลอยตัวราคาพลังงานคิดว่าเป็นวิธีที่ทำถูกต้อง ซึ่งช่วยให้เห็นความต้องการที่แท้จริง เพราเมื่อราคาแพงคนก็บริโภคน้ำมันน้อยลง

 

- คาดว่าการเจรจาสงบศึกระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านจะมีความชัดเจนภายในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ หลังจากทุกฝ่ายกำลังพยายามหาทางลงของสงครามครั้งนี้อยู่

 

- ข้อเสนอต่อรัฐบาลในระยะยาว ต่อจากนี้ต้องจัดทำคลังพลังงานขนาดใหญ่หรือกักตุนพลังงานในประเทศให้มากขึ้น เพราะความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์คงไม่จบเร็วๆนี้ และปรับเปลี่ยนหรือกระจายโรงไฟฟ้าให้ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อช่วยทำให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

 



Related Topics

Editing by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย