| TWPC วางเป้ารายได้ปี 69 โตระดับเลขสองหลัก หลังเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตในจีนกว่า 20% ระบุโรงงานใหม่เริ่มผลิต Q2/69 รองรับดีมานด์แป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) พร้อมเร่งขยายตลาดอินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ควบคู่แผนลดต้นทุน 150 ล้านบาทใน 3 ปี ระบุใช้งบลงทุนเฉลี่ยปีละ 500-1,000 ลบ. นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC เปิดเผยในงานแถลงข่าว “เปิดภาพรวมธุรกิจปี 2568 พร้อมกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุจกิจปี 2569” โดย มีประเด็นสำคัญดังนี้ - ตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโตสองหลัก (Double Digi) จากปีก่อนที่มีรายได้ 9,206 ล้านบาท รับการขยายกำลังการผลิตในประเทศจีน - โดยในจีนตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตเติบโตกว่า 20% หลังโรงงานแห่งใหม่ในจีน จะเริ่มดำเนินการผลิตได้ไตรมาส 2/69 รองรับความต้องการ(อุปสงค์) ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ในจีนที่เพิ่มขึ้น - การมีโรงงานใหม่ในจีน จะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และเจาะตลาดได้มากยิ่งขึ้นทั้งในกลุ่มส่วนผสมของอาหารและ อุตสาหกรรมอาหาร (Industrial applications) - รายได้ธุรกิจอาหารปี 69 ตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 10% และตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท ภายในปี 73 จากปี 68 ที่ 2,558 ล้านบาท - ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ตั้งเป้าปริมาณการขายปี 69 เติบโตมากกว่า 10% พร้อมตั้งเป้าสัดส่วนกำไรรวมกันมากกว่า 80% ภายในปี 73 รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นและการปรับกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดใหม่ ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ - นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีทีมนักวิทยาศาสตร์อาหารจากศูนย์นวัตกรรม 5 แห่งในกรุงเทพฯ เซี่ยงไฮ้ โฮจิมินห์ซิตี้ จาการ์ตา และเบงกาลูรู สามารถพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปพร้อมจำหน่ายมากกว่า 50 รายการต่อปี -โครงการปรับโครงสร้างต้นทุน (Cost Transformation) ตั้งเป้าลดต้นทุนวัตถุดิบมากกว่า 150 ล้านบาทภายใน 3 ปีข้างหน้า (ปี 69-71) ทั้งนี้ในปี 68 สามารถลดต้นทุนวัตถุดิบ 96 ล้านบาท ส่วนต้นทุนทางการเงินสดลง 43% - กระบวนการลดต้นทุน มาจากการปรับปรุงกระบวนการผลิต การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลโดยใช้ระบบ AI เข้ามาช่วย และการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงบริหารหนี้อย่างมีวินัย มีความสามารถใน การจัดหาวัตถุดิบ จากหลายประเทศ ทั้งไทย เวียดนาม และกัมพูชา - ด้านงบลงทุนคาดใช้เฉลี่ย 500 - 1,000 ล้านบาท/ปี โดยใช้เงินลงทุนทั้งปรับปรุง ขยายธุรกิจ และพิจารณาการลงทุนใหม่อื่นๆ - สำหรับสงครามตะวันออกกลางไม่ส่งผลกระทบ เนื่องจากสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากจีน และไทย - สถานะทางการเงินบริษัทฯ ยังแข็งแกร่ง ด้วยเงินทุนที่พร้อม สำหรับการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ โดยการเร่งสลดภาระหนี้สินจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการลงทุนเพื่อโอกาสการ เติบโตในอนาคต - ทั้งนี้ปี 68 บริษัทฯ กลับมาทำกำไรสุทธิได้ 156 ล้านบาท พร้อมทั้งลดภาระ หนี้สินลงโดยอัตราส่วน IBD/E ลดเหลือ 0.22 เท่า ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตมาจาก ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat: RTE) เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดและมีอัตรากำไรที่ดีของธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน - โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) สูงกว่า 50% ช่องทางจัดจำหน่าย ขยายครอบคลุม ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) กว่า 16,000 สาขาทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริษัทยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง - ล่าสุดมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.114 บาท สำหรับรอบผลประกอบการของวันที่ 1 ม.ค. - 31 ธ.ค. 68 กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิบันผล (XD) ในวันที่ 29 เม.ย. 69 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พ.ค. 69 - ทั้งนี้ปี 68 บริษัทฯได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Raung ระดับ A, คะแนน FTSE Russell 3.8 พร้อมคะแนนเต็ม 5.0 ด้านธรรมาภิบาล คะแนน CDP ระดับ B- ทั้งด้านการ เปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงทางน้ำ, เหรียญ Bronze จาก EcoVadis และรางวัล Gold สาขา ความเป็นเลิศ ด้านการบริหารบุคลากร (Excellence in Talent Management) จาก HR Excellence Awards |